ruen noppagao , ruen noppakao , thai cuisine , michelin, sathorn , bangkok airways, review, thai food, classic thai food, traditional thai, pantip, wongnai, bljourney , รีวิว , ร้านอาหาร , อาหารไทย , ไทยโบราณ , ครัวหัวป่าก์ , สาทร , เรือนนพเก้า , ลูกรอก , เชฟสุดขั้ว , เชฟปิ๊ก , โอกาสพิเศษ , สิ่งมหัศจรรย์ , อร่อยบอกต่อ , ครอบครัว , กินข้าวนอกบ้าน , กินอะไรดี , ร้านอร่อย , ชวนชิม , สุขสันต์, ร้านอาหารสำหรับครอบครัว , family , parenting , วงใน , พันทิพ , รีวิวร้านอาหาร

Ruen Noppagao เรือนนพเก้าสาทรซอย 6 อิ่มเอม ตราตรึงไปกับอาหารไทยโบราณที่รังสรรค์อย่างประณีต

Ruen Noppagao คือชื่อของร้านอาหารไทยเปิดใหม่ย่านสาทร ที่นำเสนอเมนูอาหารไทยโบราณตำรับแท้ๆ ครบเครื่องทั้งคาวหวาน มุ่งสืบสาน ส่งต่อรสชาติอาหารไทยให้คงอยู่คู่ครัวไทยต่อๆไป

อิ่มเอม อิ่มเอิบ ตราตรึง ประทับใจ นี่คือคำสรุปสั้นๆที่ผมขอมอบให้กับร้านเรือนนพเก้า หลังจากที่ได้มีโอกาสมาลองทาน 9 เมนูมหัศจรรย์ (Ruen Noppagao ’s Signature 9 Dishes ) ของที่นี่ครับ

โดยแนวคิดหลักของทางร้านที่ยึดถือคือ การสืบทอดอาหารไทยโบราณแท้ๆที่หาทานที่อื่นได้ยากมาอยู่ที่นี่ โดยการรังสรรค์ของทีมเชฟรุ่นใหม่ที่มีหัวใจรักอาหารไทยและพร้อมที่จะมุ่งมั่นสืบสานตำรับอาหารไทยให้คงอยู่สืบไป โดยการใช้วัตถุดิบชั้นดีที่ขึ้นชื่อจากแต่ละแหล่งทั่วประเทศไทย มาปรุงเป็นอาหารไทยที่ดีที่สุดทั้งให้กับลูกค้าที่ได้มาทานที่เรือนนพเก้า

อยากรู้ว่าเป็นอย่างไปอ่านพร้อมๆกันเลยครับ

ร้านเรือนนพเก้า ตั้งอยู่ในสาทร ซอย 6 ในพื้นที่เดียวกับร้านอาหาร Brasserie 9 อยู่ด้านหลังโรงแรมเอเวอร์กรีน สาทร ครับ โดยร้าน Ruen Noppagao เป็นอีกหนึ่งร้านอาหารของเครือ บริษัท ครัวการบินกรุงเทพ จำกัด (Bangkok Air catering – BAC) 
โดยทางร้านมีที่จอดรถรองรับสะดวกสบาย หรือถ้าจะมารถไฟฟ้าสามารถมาลงที่สถานีศาลาแดงหรือช่องนนทรีแล้วเดินเข้ามาก็ได้ครับ

ก่อนจะไปรู้จักเชฟผู้รับผิดชอบดูแลรายการอาหารต่างๆของร้านนี้ขอเกริ่นย้อนไปนิดนึงว่าผมได้ดูรายการแข่งทำอาหารรายการเชฟสุดขั้ว ครัวสองโลก และได้เห็นฝีมือการทำอาหารรวมถึงกรรมการที่ชมรสมือของเชฟท่านนึงว่าทำอาหารไทยได้ดีมาก จนทำให้ผมอยากไปลองชิมทันที และพอมารู้ว่าเชฟท่านนั้นได้ย้ายมาดูแลร้านนี้ จึงเหมือนเป็นอะไรที่พอเหมาะพอเจาะมาก ซึ่งเชฟท่านนั้นคือ เชฟปิ๊ก คณิน สินพันธ์ นั่นเองครับ นอกจากนี้เชฟปิ๊กยังได้รับรางวัลเหรียญทอง TICC 2 ปีซ้อนจาก TICC, Thailand International Culinary Classic Thai Cuisine เป็นเครื่องการันตีความอร่อยอย่างแน่นอน

มาดูบรรยากาศร้านกันครับ ร้านเรือนนพเก้า จะเป็นอาหารสองชั้น เห็นเด่นแต่ไกล ออกแแบบได้ดูดีเลย

แค่ก้าวแรกก็ได้สัมผัสถึงความเป็นไทย พนักงานใส่ชุดไทยรอต้อนรับอยู่ด้านหน้าร้านเลยครับ

ด้านในร้านจะมีที่นั่ง 2 ชั้น นั่งสบายๆ ตรงกลางเป็นโถงสูง รอบด้านเป็นกระจกให้ความรู้สึกโล่ง โปร่งสบายไม่อึดอัด โดยทางร้านจะเปิดเพลงบรรเลงดนตรีไทยให้บรรยากาศดีมากๆ

ขึ้นมาดูชั้น 2 กันครับ

มุมนี้ผมชอบเลย

มองจากด้านบนลงไปดูดีทีเดียว

เมนูที่เราจะได้ลิ้มลองในวันนี้คือเมนูแนะนำของทางร้าน Ruen Noppagao ครับ โดยมีชื่อว่า

“9 สิ่งมหัศจรรย์ของเรือนนพเก้า
(Ruen Noppagao’s signature dishes)”

นอกจากหน้าตาอาหารที่ดูน่าทานแล้ว ทุกจานยังมีเรื่องราว ที่มา ที่น่าสนใจ โดยเชฟปิ๊กได้มาเล่าเรื่องต่างๆให้เราฟังด้วยตัวเองเลยครับ ซึ่งเป็นอีกสิ่งที่ผมชอบมากเวลาไปทานร้านอาหารในลักษณะนี้แล้วมี Story ที่มาที่น่าสนใจ จะยิ่งเพิ่มอรรถรสของมื้ออาหารได้เป็นอย่างมาก

หมี่กรอบพระพุทธเจ้าหลวง ราคา 280 บาท

เมนูนี้เป็นอาหารทรงโปรดของในหลวงรัชกาลที่ ๕ โดยเป็นสูตรมาจากต้นตระกูลบุนนาค ซึ่งเชฟเป็นนักเรียนอยู่ที่ศาลาริมน้ำ ของโรงแรมแมนดารินโอเรียนเต็ลมาก่อน จึงมีโอกาสได้เรียนรู้สูตรความอร่อยนี้แบบต้นตำรับ และนำมาเสิร์ฟให้ลูกค้าเรือนนพเก้าได้ชิมกัน

รสชาติจะกลมกล่อม ละมุนๆ ไม่เปรี้ยวโดด หวานโดด เหมือนที่อื่นๆ มีส่วนผสมของเครื่องต่างๆมากมาย เป็นหมี่กรอบที่ใส่ส้มซ่าตามตำรับโบราณกันเลยครับ

 กุ้งซ่อนกลิ่น ราคา 350 บาท

เมนูไทยโบราณจากตำรับแม่ครัวหัวป่าก์ โดยท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ ที่ได้เขียนตำรับเมนูอาหารไทยนี้ขึ้นมา

เริ่มการทำน้ำสะเออะกุ้ง (นำกุ้งแม่น้ำมาเคล้ากับน้ำมะนาว แล้วทำให้สุก) หลังจากนั้นนำมาเคี่ยวกับมันกุ้งให้สุก แล้วปรุงรสด้วยเกลือ น้ำมะนาว น้ำตาล และนำมายำด้วยหอมแดงไทยซอย พริกชี้ฟ้าเส้น กระเทียมดองซอย ถั่วลิสง และ ส้มซ่า เสิร์ฟมาพร้อมกับข้าวตังเพิ่มความกรุบกรอบและกลีบกุหลาบมอญออร์แกนิคจากจังหวัดเชียงรายที่ทานได้สดๆเพิ่มความหอมละมุน

รสชาติจะไม่ได้ปริ๊ดปร๊าดจัดจ้านแบบยำที่เราคุ้นเคย แต่จะเป็นรสชาติแบบไทยโบราณที่จะนัวๆนวลๆครบทุกรส กินแล้วอยากจะกินต่อเรื่อยๆ

ขนมเบื้องสุโขทัย ราคา 220 บาท

เมนูเรียกทานเล่นที่ไม่ธรรมดา ขนมเบื้องสุโขทัย แป้งบางกรอบละมุน สอดไส้เครื่อง รสชาติกลมกล่อม โดยเป็นสูตรตำรับจากบ้านนายแพทย์ประเสริฐ ปราสาททองโอสถ ครับ  

แป้งบางกรอบดี ไส้หอม รสละมุน น้ำอาจาดก็เข้ากันได้อย่างลงตัว กินแล้วเพลินมาก

ข้าวคลุกรัชกาลที่ ๖ ราคา 280 บาท

เมนูนี้มีที่มาจากตำรับโบราณ ดูเผินๆมีความคล้ายคลึงกับข้าวผัดน้ำพริกลงเรือ แต่ส่วนที่แตกต่างกันคือข้าวที่จะนำไปผัดกับน้ำพริกเผา ไข่แดงเค็ม และน้ำมันหมู เสิร์ฟมาพร้อมกับเครื่องเคียงคือ หมูหวานต้มน้ำมะพร้าวอ่อน ไก่ผัดกระเทียม ปลาช่อนแดดเดียวทอด ไข่เค็ม แตงกวา มะม่วงเปรี้ยว และพริกไทยอ่อน เป็นการรับประทานผสมผสานแบบคนไทยโบราณทำให้เกิดมิติของอาหารได้ในองค์ประกอบ

รสชาติลงตัวมากครับ กินแยกแต่ละอย่างก็อร่อย กินผสมกันก็ยิ่งอร่อย ตัวไข่เค็มน่ารักจิ้มลิ้มมาก

 กะปิคั่วผักสด ราคา 250 บาท

หนึ่งในเมนูที่ขาดไม่ได้สำหรับสำรับอาหารไทยก็จะต้องเป็นน้ำพริกครับ แต่เชฟอยากให้ได้ลองเมนูที่หากินยาก ซึ่งบอกตรงๆผมก็ไม่เคยกินเมนูนี้มาก่อน กะปิคั่วแบบโบราณซึ่งใช้ส่วนประกอบหลักคือ พริกแห้งบางช้าง โดยเชฟจะนำมาแช่น้ำแล้วเลาะเม็ดพริกออกให้หมดหลังจากนั้นนำมาโขลกให้เป็นเนื้อเดียวพร้อมกับส่วนผสมที่เตรียมไว้ แล้วนำไปผัดกับหัวกะทิให้แตกมันและปรุงรสชาติตามแบบฉบับของทางร้านเรือนนพเก้า กินกับข้าวสวยร้อนๆเพลินมากครับเมนูนี้

แกงจืดลูกรอก ราคา 350 บาท

แกงจืดลูกรอก ที่ทำเป็น คอนซูเม่ซุป หรือซุปใส ตัวลูกรอกไส้เด้งกรอบ เต้าหู้เนียนละมุน ไม่ใส่ผงชูรส น้ำซุปหวานด้วยผักต่างๆ ซดแล้วคล่องคอมาก เป็นรสชาติที่ละมุนละไมมาก ชอบเลย เป็นเมนูที่ทำให้ผมหวนนึกถึงสมัยเด็กๆที่คุณแม่พาไปกินร้านอาหารไทยแล้วจะสั่งเกือบทุกครั้ง

เมนูนี้เชฟจะใช้หอมหัวใหญ่ แครอท ฟักทอง โคนต้นหอม แตงกวา และอกไก่นำมาปั่นรวมกันหลังจากนั้นเอาไปต้มด้วยไฟอุ่นและปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว หลังจากนั้นนำมากรองด้วยผ้าขาวบางจะได้น้ำซุปใสสีเหลืองทองและเสิร์ฟพร้อมกับไส้กรอกไข่หรือคนโบราณจะเรียกว่า ลูกรอก เป็นเมนูที่ละมุนมากๆ ใครชอบลูกรอกแนะนำให้สั่งครับ

แกงนพเก้า ราคา 380 บาท
แกงที่ถือเป็นเมนูยอดนิยมของทางร้านและที่พิเศษคือชื่อที่สอดคล้องกับชื่อร้านอีกด้วย แกงนี้มีที่มาในช่วงสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ที่ภรรยาของขุนไกรแกงให้สามีรับประทานก่อนที่จะไปออกรบ

แกงนพเก้านี้จะมีส่วนผสมของผัก 9 ชนิด ประกอบด้วย หน่อไม้สด ถั่วฝักยาว แตงกวา ผักบุ้งไทย มะเขือยาว พริกหยวก ชะอม สตอแกะ ยอดข้าวโพดอ่อน โดยจะเป็นแกงที่ผสมระหว่างแกงเทโพกับแกงเผ็ด

รสชาติเข้มข้น ถึงเครื่อง มีความเผ็ดในแบบแกงเผ็ดแต่ก็มีรสหวานเล็กๆแทรกมา เป็นเมนูที่ทำให้ผมเติมข้าวไปหลายรอบเลย

พูดถึงข้าว ทางร้านก็ใช้ข้าวที่มีความพิเศษครับ

ข้าวกล้องสามสี ราคา 40 บาท ประกบอด้วยข้าวกล้องไรซ์เบอร์รี่ และข้าวกล้องที่ขัดสีต่างกันจึงให้มีสีและรสสัมผัสที่ต่างกัน

ข้าวสวยหุงน้ำมะพร้าวอ่อน ราคา 40 บาท

ข้าวหุงกับน้ำมะพร้าวอ่อนจากอัมพวา มีกลิ่นหอมเบาๆ และมีเนื้อมะพร้าวอ่อนมาในข้าวด้วย

เคยมีคนบอกว่าพริกน้ำปลาคือตัวชี้วัดได้เลยว่าร้านไหนอร่อย พิถีพิถันขนาดไหน ซึงเชฟปิ๊กก็ภูมิใจนำเสนอพริกน้ำปลาของทางร้าน ที่ใช้น้ำปลาสูตรพิเศษมาปรุงอย่างดีได้รสตามสูตรเฉพาะของทางร้าน

อิ่มเอมกับเมนูของคาวใน 9 เมนูมหัศจรรย์ ไปแล้วแต่ยังมีอีก 2 เมนูของหวานให้ได้ชิมกัน

ขนมโคน้ำกะทิ ข้าวพองไรซ์เบอรรี่ ราคา 180 บาท

เมนูนี้เป็นเมนูที่ได้รับรางวัลชมเชย จากการแข่งขันการทำอาหารในงาน RICE PLUS AWARD 2018 และเมนูนี้เป็นขนมหวานพื้นถิ่นทางภาคใต้และได้นำมาดัดแปลงให้ทันสมัยเพิ่มมากขึ้นแต่ยังคงความเป็นอัตลักษณะของทางภาคใต้ไว้จึงทำให้เกิดเมนูนี้ขึ้นมา

รสชาติหวานกำลังดี กลิ่นหอมจากกะทิและมะพร้าว ผสมผสานอย่างอบอวลทุกคำที่เคี้ยว ดีมากอยากให้ได้ลอง

 ทองโบราณ ราคา 250 บาท

ขนมไทยโบราณ ที่ได้ค้นคว้ามาจากตำรับของท้าวทองกีบม้า ซึ่งได้ประดิษฐ์ขึ้นในสมัยนั้น และทางร้านเรือนนพเก้าได้นำมาให้เราได้สัมผัสความอร่อยกัน ความหอมที่อัดแน่น พร้อมรสหวานที่พอดี ขนาดผมที่ไม่ค่อยชอบทานของหวานยังกินไปหลายชิ้นเลย

มาต่อเครื่องดื่มที่เราได้ชิมกันก่อนนะครับ
ชาไทยทรงเครื่อง , อัสดง ม็อคเทลแบบไทยๆ , ชาไทยเย็น และลาเต้ร้อน ขอบอกว่ากาแฟที่ร้านหอม อร่อย มากครับ

ชาภุมรินทร์ถวิลหา ชาที่ได้ชงจากดอกไม้และสมุนไพรไทย ไม่มีคาเฟอีน ช่วยหมุนเวียนโลหิต ขับเหงื่อปนกลิ่นดอกไม้ที่หอมหวานออกมา ซึ่งชานี้มีส่วนผสมของ ขลู่ กระดังงา จำปี จำปา ลีลาวดี ใบบัวบก กลิ่นหอมเตะจมูกตั้งแต่วางเสิร์ฟ ทันที ชิมรสชาติของชาและกลิ่นหอมหวานสลับซับซ้อน ล้ำลึกยากหาคำบรรยาย ชานี้มีอีกชื่อหนึ่งว่า ชาถวายตัว ที่นางข้าหลวงในสมัย รัชกาลที่ ๕ ดื่มก่อนการถวายตัว

และอีกหนึ่งเซอไพรซ์ที่ทางร้านนำมาให้คือ ชุดขนมหวานเป็นของขวัญวันเกิดให้ลูกค้าที่ไปใช้บริการในวันครบรอบวันเกิดครับ

นอกจากขนมโค และ ทองโบราณแล้ว ยังมีทับทิมกรอบ หยกมณี และ หินฝนทอง มาด้วย บอกได้เลยว่าขนมไทยต่างๆทำได้ดีเลยครับ ซึ่งทางร้านแจ้งว่าในเดือน กรกฎาคม 2563 นี้ ทางร้านจะมีบริการชุดน้ำชายามบ่าย ของคาว 9 อย่าง ของหวาน 9 อย่าง มาให้บริการด้วยครับ เรียกว่าน่าสนใจมากๆครับ

สำหรับร้าน Ruen Noppagao นี้ ผมว่าเป็นร้านอาหารไทยที่ยังคงสูตรตำรับอาหารและรสชาติให้มีความเป็นเอกลักษณ์ของอาหารไทยได้เป็นอย่างดี ครบรส ถึงเครื่อง ถูกปาก เหมาะกับทุกคนในครอบครัว นอกจากรสชาติที่ดีแล้วการตกแต่งจาน บรรยากาศร้าน รวมถึงบริการภายในร้านทุกอย่างคือดี สวยงาม และส่วนตัวผมจะชอบร้านอาหารที่มีเรื่องราว มีที่มาของแต่ละเมนู ซึ่งทางร้านนี้ก็จะมีเชฟหรือพนักงานคอยมาเล่าเรื่องต่างๆของอาหารจานนั้นให้เล่าฟังเพิ่มเติมด้วย อิ่มเอม อิ่มเอิบ ตราตรึง ประทับใจจริงๆครับ

ร้านอาหาร : เรือนนพเก้า
พิกัด : สาทร ซอย 6 แขวง สีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
แผนที่ : https://goo.gl/maps/wg9bfYXu7BUb97Xi9
เบอร์โทร : 02 116 3317
Facebook: https://www.facebook.com/ruennoppagaorestaurant/

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณเพื่อนๆ ที่ติดตามรีวิวของผม นะครับ หวังว่าคงจะมีประโยชน์กับเพื่อนๆนะครับ รบกวนฝากไลค์ Facebook Fanpage BLJourney เพจน้องเบลล่า และ Share บทความต่างๆของ BLJourney.comเพื่อเป็นกำลังใจให้กับ ครอบครัวของเราด้วยครับ รีวิวหน้าจะไปที่ไหนกันอย่าลืมมาติดตามชมกันนะครับ ขอบคุณมากๆครับ

Comments

comments

Leave a Reply