NIFREL หรือที่ชาวญี่ปุ่นออกเสียงว่า “นิฟุเรรุ” ถือเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำใหม่ล่าสุดที่ได้รับความนิยมสูงสุดในขณะนี้ ทาง B&L Family ก็ได้มีโอกาสไปมาในช่วงพึ่งเปิดตัวพอดี จึงขอนำมารีวิวให้เพื่อนๆชมกันนะครับว่าจะเด็ดขนาดไหน
ถ้าเอ่ยถึง Aquarium ในประเทศญี่ปุ่น หลายๆคนอาจจะนึกถึง Churaumi Aquarium ที่ Okinawa หรือ Hakeijima ที่ Yokohama หรืออาจเป็น Kaiyukan ที่ Osaka แต่ตอนนี้มีอีกหนึ่ง Aquarium ที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากจากทั้งคนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวนั่นก็คือ NIFREL หรือ “นิฟุเรรุ” นั่นเอง ( ซึ่ง NIFREL นี่ก็น่าจะนับเป็น ลูกของ Kaiyukan ก็ว่าได้ เพราะ Kaiyukan เป็นผู้ดูแล บริหารจัดการต่างๆ )
ความพิเศษเก๋ไก๋ของ NIFREL ก็คืองการนำเสนอเรื่องราวของสิ่งมีชีวิตใต้น้ำในมุมมองใหม่ๆ สามารถเข้าถึงผู้ชมมากที่สุด มีการจัดแสดงสัตว์ต่างๆ ตามองค์ประกอบ ของงานศิลปะ แบ่งหมวดหมู่ในการนำเสนอชัดเจน อีกทั้งยังให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสกับสัตว์อย่างใกล้ชิดมากๆ
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ NIFREL ตามรายละเอียดในโบรชัวร์ของที่นี่เค้าไม่ใช้คำว่า Aquarium แต่ใช้คำว่า Interactive Aquazoo จึงสามารถคาดเดาได้ว่าต้องมีอะไรแปลกใหม่แน่นอน เด๊่ยวเราจะไปเจาะรายละเอียดแต่ละโซนกันนะครับ
ก่อนอื่นมาดูสถานที่ตั้งกันก่อน พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ NIFREL ตั้งอยู่ภายใน Expo City สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของโอซากาเลยครับ พึ่งเปิดเมื่อ 19 พย ที่ผ่านมา โดยเจ้า Expo City จะตั้งอยู่ตรงข้ามกับ Expo ’70 (日本万国博覧会 Nihon bankoku hakuran-kai) ซึ่งก็คือสถานที่จัดงาน World Expo ในปี 1970 นั่นเอง
การเดินทางมาที่ Expo City นี้ จะต้องมาเปลี่ยนรถไฟจาก subway เป็น Monorail ที่สถานี Senri-Chuo (สายสีแดงตามรูปภาพสุดสายเลยครับ) แล้วต่อรถ Monorail ไปยังสถานี Bampaku-kinen-koen (เบอร์ 17 สายสีน้ำเงิน)
เพื่อความเข้าใจง่าย ถ้าเราไปหาข้อมูลการเดินทางใน hyperdia
ถ้าตั้งต้นจากสถานี Shin-Osaka นะครับ
ถ้าตั้งต้นจากสถานี Namba นะครับ
จากสถานี Subway Senri-Chuo ไปยังสถานี Monorail Senri-Chuo นี่ต้องเดินนิดนึงครับ ออกจากสถานีมองหาป้ายนี้เลยครับ
เดินออกมาจากสถานีจะเจอส่วนที่เป็นเหมือน shopping plaza มีลานโล่งๆ จะมีทางแยกซ้ายขวาให้เดินไปทางซ้ายมือครับก็จะถึงสถานี monorail ครับ มีป้ายบอกเป็นระยะครับ
สถานี Monorail Senri-Chuo คิอสถานีที่ 15 เราต้องนั่งไปที่ สถานีที่ 17 Bampaku-kinen-koen
เห็น Tower of The Sun สัญลักษณ์ของ Expo’70 แต่ไกลครับ มาถึงเรียบร้อย
จริงๆตามแผนเดิมเราจะไปเกียวโตในวันนี้ แต่เนื่องจากฝนตกทั้งวันเราจึงเปลี่ยนแผนมา Expo City แทนครับ เดินตามทางจากสถานี Monorail มาสัก 3-4 นาที ก็ถึงด้านหน้า Expo City ครับ
NIFREL จะอยู่ทางด้านซ้ายเห็นป้ายสีฟ้าชัดเจน รายละเอียดเพิ่มเติมดูในในเวบไซต์ครับ ตอนนี้ยังมีแต่ภาษาญี่ปุ่น
ราคาบัตรผ่านประตูครับ โหดนิดนึงตรงที่คิด Infant ด้วย 
คนญี่ปุ่นมาต่อแถวกันตลอดทั้งวันเลยครับ วันที่ผมไปเป็นวันศุกร์ ในรูปนี้ถ่ายตอน เกือบ 5 โมงเย็น

เข้ามาด้านในตกแต่งใช้แสงสีต่างๆได้น่าสนใจมากๆครับ เด็กๆก็วิ่งเล่นตรงไฟวิ่งด้านหน้ากันก่อนเลย
NIFREL ตั้งอยู่ภายในอาคารขนาดใหญ่ มีทั้งหมด 3 ชั้น แต่ละชั้นแบ่งเป็นโซนอย่างชัดเจน ในชั้นที่ 1 แบ่งออกเป็น 4 โซน คือ โซน Colors, โซน Shape, โซน Abilities และโซน Wonder Moments ซึ่งเชื่อมต่อกับชั้น 2 ด้วย ส่วนชั้นที่ 2 แบ่งเป็น 3 โซน คือ โซน Waterside, โซน Behavior และโซน Biodiversity สำหรับชั้นที่ 3 เป็นสำนักงาน
โซน Colors ในโซนนี้จะจัดแสดงเน้นสีสันของสัตว์น้ำ ปลาต่างๆ ได้อย่างสวยงามเลยครับ
โซน Abilities โซนนี้ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวมากๆครับ ถือเป็นไฮไลท์ส่วนนึงเลยครับ จะเป็นส่วนจัดแสดงถึงความสามารถต่างๆของสัตว์น้ำเช่น การ camouflage เปลี่ยนสีเข้ากับสิ่งแวดล้อม หรือพ่นน้ำจับเหยื่อของปลาเสือพ่นน้ำ รวมไปถึงเจ้าฉลามตัวใหญ่นอนขี้เซาอยู่กลางห้อง
Mudskipper, Amphibious fish หรือบ้านเราเรียกกันว่าปลาตีนนี่ล่ะครับ ได้รับความสนใจจากคนญี่ปุ่นเยอะเลย ตู้โชว์ด้านบนจะเปิดโล่ง ให้เห็นแบบใกล้ชิดมากๆ

ส่วนตู้ข้างๆเป็นแมงดาทะเลครับ ปกติเราจะเห็นกันแต่ด้านกระดอง ที่นี่เลยจัดให้ครับ มีช่องมองจากด้านล่างให้มุดไปดูใต้กระดองกันได้ เด็กๆชอบกันมากๆ

กลางห้องจะเป็นที่นอนของเจ้าฉลามสองตัวนี้ครับ 
ด้านบนเปิดโล่งอีกแล้วครับ ใกล้ชิดไปนิดนึงนะลูก
นักท่องเที่ยวให้ความสนใจในโซนนี้กันเยอะมากๆครับ

แทงค์ข้างๆเป็นส่วนของกระเบน และฉลามเสือดาว

กระเบนตัวนี้โชว์ออฟมากๆทั้งตีลังกาใต้น้ำ ทั้งโชว์พลิกตัวตรงผิวน้ำ
ห้องถัดมาเป็น โซน Shapes ครับ ผมชอบห้องนี้มาก ออกแบบได้ดูดี เข้าใจง่าย ดูแล้วน่าสนใจมากๆครับ
เริ่มจากเจ้า Spotted Eel ปกติทั่วไปที่เราจะเห็นก็จะเห็นเฉพาะส่วนหัวที่โผล่พ้นทรายขึ้นมา ที่นี่เลยจัดแสดงแบบโปร่งใสเลย เราจะได้รู้ว่าพวกนี้เวลาอยู่ใต้ดินเป็นอย่างไร
ส่วนนี้จะจัดแสดงโดยเน้นให้เห็นถึงสรีระ รูปทรงต่างๆ ของบรรดาสัตว์น้ำ ผมว่าเป็นไอเดียที่ดีมากๆเลยครับ
อันนี้มองผ่านๆนึกว่าแมงมุม ตัวเล็กจิ๋วมากๆ แต่จริงๆคือ Arrow Crab ครับ
มีมุม Multimedia ให้ดูถึงรูปทรงของ Ocean Fleas กันแบบชัดๆ

ม้าน้ำก็มาโชว์ เค้าออกแบบตู้เป็นช่องๆประมาณให้ม้าน้ำลอดไปมา

หมดจาก 3 โซน ในชั้น 1 ก็ไปต่อกันที่ชั้น 2 ครับ ระหว่างทางขึ้นก็มาสะดุดตากับเจ้าลูกโลกแบบ Interactive ลูกนี้ครับ

ส่วนนี้เป็นโซน Wonder Moments ครับ มองจากชั้น 2 ลง มาจะสวยมากๆ ส่วนเด็กๆหรือบรรดาตากล้องก็จะเก็บภาพกันบริเวณชั้น 1 กันอย่างเพลิดเพลิน
โซน Wonder Moments ออกแบบโดยศิลปินชาวญี่ปุ่น คุณ Takahiro Matsuo โดยจะเป็นการแสดงแสงสีเสียงรอบละประมาณ 10 นาที วนไปเรื่อยๆเกี่ยวกับน้ำ ธรรมชาติ จักรวาล ดูแล้วเพลินมากๆครับ
ถัดจากโซนนี้ก็จะเป็นโซน Waterside ครับ จะเป็นโซนที่รวบรวมสัตว์หายากต่างๆมาให้ดูกันแบบใกล้ชิดครับ พระเอกของโซนนี้น่าจะเป็นเสือขาวตัวใหญ่นี่ล่ะครับ คนมุงกันเยอะมากๆ เลยได้แต่ใช้มือถือถ่ายมา ><
ปลาตัวนี้ใสแจ๋วเลย
ตู้นี้ผมหาตั้งนานไม่คิดว่าจะมาแอบหลบตรงนี้
กบตู้นี้ เหมือนกบของเล่นเลยครับ ขยับสามสี่ทีแล้วก็นิ่งๆ เหมือนกบยาง สักพักก็ขยับอีก

ห้องถัดไปเป็น โซน Behavior จะให้สัมผัสกับสัตว์ต่างๆแบบใกล้ชิด ส่วนใหญ่จะเป็นนกต่างๆครับ จะปล่อยฟรีให้บินกันเลย และจะมีป้ายเตือนให้ระวังว่าคุณอาจจะโชคดีโดนขึ้นกใส่หัว ^^
พระเอกของโซนนี้ก็เหล่า African Penguins นี่ล่ะครับ ดูกันแบบใกล้ชิดสุดๆ แทบจะเอื้อมมือถึงเลย

เหล่า Pelican ก็ยืนโชว์ตัวกันสบายๆ 
นกฮูกสองตัวนี้ทำหน้านี้เฝ้าประตูห้องน้ำอย่างแข็งขันเลย
ส่วนโซนสุดท้ายคือ Biodiversity จะเป็นภาพ 3d โชว์บนจอเป็นธีมต่างๆ แต่เบลล่าไม่ชอบเท่าไหร่ เลยขอบายครับ
วิ่งจู้ดมาเบรคเอี๊ยดตรงตู้กาชาปองของ NIFREL มาดักตรงทางออก เด็กๆเสร็จทุกราย
จบครบ 7 โซน ใช้เวลาสักไม่เกิน 2 ชั่วโมงก็น่าจะดูแบบสบายๆครับ
โดยสรุปตามความคิดผมนะครับสำหรับ NIFREL ก็ตามที่เค้าใช้คำว่า Interactive Aquazoo ผมว่าดูตรงมากๆครับ ตู้ปลาใหญ่ๆ ปลาเยอะๆที่นี่ไม่มีให้ดูแบบนั้น แต่จะเป็นการจัดแสดงในรูปแบบใหม่ ที่น่าสนใจ ใช้ แสง สี ผสมผสานกับแนวคิด เหมือนไปเที่ยวชมงานแสดงศิลปะงานนึงในอาคารใหญ่ๆ ดู้เพลินๆเดินเพลินๆ เด็กๆได้เรียนรู้ สัมผัสกับประสบการณ์ที่แปลกใหม่ ไม่เคยเห็นตาม Aquarium อื่นๆ ถ้ามีเวลามา โอซากา จะมาเที่ยว Expo City ผมว่าคุณไม่ควรพลาดครับ
ออกจาก NIFREL เรามาดูกันต่อครับ ว่าที่ Expo City มีอะไรให้เที่ยวกันอีกบ้าง
ถัดๆจาก NIFREL ครับ Pokemon Expo Gym 

ถ้าใครเคยอ่านการ์ตูน Pocket Monsters น่าจะชอบครับ เป็นสถานที่รวบรวมข้อมูล Pokemon ต่างๆเอาไว้ให้ได้มาดูกัน รวมถึงเล่นเกม หรือฝึก Pokemon ของตัวเองผ่านหน้าจอต่างๆภายในโดยน่าจะเชื่อมกับตัวเครื่อง 3ds เพราะผมเห็นเด็กคนนึงถือเครื่องมาเกือบ 10 เครื่องเลย มาวางไว้ที่ด้านหน้า

เบลล่าไม่รู้ไปหลงรัก Pokemon ตอนไหน ไม่เคยรู้จักแท้ๆ มาถึงปุ้ปเจอความน่ารักของ พีกาจู เจ้าหนูสายฟ้าเข้าไป เรียบร้อยเลย ในตะกร้านี่จะเป็น Bath Bomb เอาไว้ใช้ตอนอาบน้ำในอ่างครับ แกะออกมาจะเป็นลูก Monster Ball พอตัวสบู่ละลายหมดข้างในจะเป็น Pokemon ตัวเล็กๆในอ่างอาบน้ำ 
ด้านตรงข้ามของ Pokemon Gym จะเป็น IMAX กับ English Village และ CNN Cafe
ข้างหน้ามีลานสวนสนุกเล็กๆ Anipo มีเครื่องเล่นประมาณ 4 เครื่อง
อีกร้านที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คอกันพลาทั้งหลายคงไม่อยากพลาด Gundam Cafe




เมนูอาหารหน้าตาเอาไป 100 คะแนนเต็ม อยากกินมากแต่เบลล่าบอกอะไรก็ไม่รู้ น่ากลัววววว แงงงงงงง

ภายในมีร้านขายของเกี่ยวกับ Gundam ถ้าพวกโมเดล ราคาจะแพงกว่าไปซื้อตาม Yodobashi หรือ BicCamera ครับ 

อีก 1 ไฮไลท์ของที่นี่ แต่ยังสร้างไม่เสร็จ คาดว่าจะเปิดช่วงไตรมาสแรกของปี 2016 Osaka Wheel ชิงช้าสวรรค์ที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ความสูงกว่า 120 เมตร ซึ่งสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของนครโอซากา และ Expo Park ในมุมสูง
นอกจากนี้ยังมี Orbi ศูนย์การเรียนรู้ธรรมชาติและสัตว์โลก เด็กๆจะได้สัมผัสประสบการณ์เรียนรู้เกี่ยวกับโลก, สิ่งแวดล้อม,ภูมิศาสตร์, ธรณีวิทยา รวมทั้งธรรมชาติ และสัตว์ต่างๆแบบสนุกสนาน ซึ่งคาดว่าจะเปิดบริการต้นปี 2016
ยังไม่หมดครับ ใครอยากมาช้อป ก็มาที่นี่ได้เลย LaLaPort ศูนย์การค้าที่รวมสินค้าทุกอย่างทุกประเภททั้งของญี่ปุ่นและจากนานาชาติทั่วโลก มีทั้งแบรนด์เนมชื่อดัง จนถึงร้าน 100 เยนอย่าง Daiso, ร้าน 3coin ที่สินค้าทุกอย่างราคา 300 เยน, ศูนย์จำหน่ายเครื่องกีฬา, เครื่องไฟฟ้า , Loftที่ใหญ่มากๆ และซุปเปอร์มาเก็ตใหญ่มากๆอีกเช่นกัน (ผมเสียดายมากไปเจอ Calbee Royce ในนี้ แต่ซื้อมาห่อเดียว คิดว่าที่ไหนก็มีสุดท้ายหาไม่ได้เลย เศร้ามากๆ )
โดยระหว่างเส้นทางจากตรงทางเข้าไปยัง LaLaport สองข้างทางก็จะเป็นร้านอาหารดังๆมากมาย ตลอด 2 ชั้น เลยครับ คิวไม่ต้องพูดถึง แน่นทุกร้าน
ผู้พันแซนเดอร์ยังมาเปิดเป็น Buffet เลยครับ ไม่ได้มีแต่ไก่มีทั้งของคาวหวานมากมายเลยครับ
ดูจากคิวแล้วเราเลือกร้านนี้ครับ 10 คิว น้อยสุดล่ะ
อีกหนึ่งสาเหตุคืออาหารชุดเด็กครับ ร้านนี้มีแน่ๆ 680 เยน
ขนมปังกระเทียมยาวเป็นฟุต 630 เยน
สเต็กหมูกับไส้กรอก ไส้กรอกอร่อยเลยครับ ส่วนหมูนี่ธรรมดา 1680 เยน
หน้าตาดีครับ แต่รสอ่อนไปนิด และเหนียวไปหน่อย
ค่าเสียหายมื้อนี้ครับ ก็เกือบๆ 900 บาท 
โชคดีที่ช่วงที่มา เป็นช่วงที่มีจัด Light up ของ Expo’70 พอดี เราจึงถือโอกาสแวะไปดูด้วยเลย ค่าบัตรผ่านประตู ผู้ใหญ่ 250 เยน เด็ก 70 เยน
Light Up เริ่มตอน 17.30 ครับ วนไปเรื่อยๆ ถึงประมาณสามทุ่ม
คลิปวีดีโอสั้นๆของ Light Up Tower of the Sun นะครับ
Tower of The Sun มีความหมายคือการพัฒนาที่ไม่สิ้นสุดของมนุษย์และพลังของชีวิต โดยมีพระอาทิตย์ที่มีสามใบหน้า อดีต(ด้านหลัง) ปัจจุบัน และอนาคต(บนยอด)คอยกางแขนต้อนรับ
ซึ่งด้านหลัง Tower of The Sun ช่วงนี้มีงาน Ramen Expo ครั้งที่3 รวมสุดยอดราเมนจากทั่วญี่ปุ่นมาให้ได้ลิ้มลอง มีจัดแค่ช่วง ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ 3 สัปดาห์นี้เท่านั้น 11-13, 18-20, 25-27 ธันวาคม 2015 ไหนๆมาแล้วก็เอาให้คุ้มเลยครับ
ผมเคยนึกภาพตอนอ่านการ์ตูนเห็นมีฉากไปวิ่งเล่นกันคิดว่าเล็กๆ เดินมาดูใกล้ๆนี่ยิ่งใหญ่มากครับ
มาถึงแล้วครับ Ramen Expo มาสัมผัสบรรยากาศจริงๆเลยเวลาเค้าออกร้านเป็นอย่างไร
แต่ละร้านก็งัดเอาเมนูเด็ดมาเรียกลูกค้าเต็มที่ เราไปถึงก็ไปที่จุดลงซื้อคูปอง ก็จะได้คูปองราเมง 1 ชาม ทางกรรมการก็จะนับคะแนนจากคูปองเหล่านี้ครับ 

เรามาค่อนข้างเร็วครับ คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ยังดู Light up รอบสองกันอยู่เลย
ตามเปลวไฟเฮียคนนี้มาเลยครับ ไม่ได้คิดอะไรมาก 
เมนูที่เอามาออกร้านจะมีหลายเมนูครับ คูปองเราจะได้แค่เมนูเบสิค แล้วก็จ่ายเงินสดเพิ่มออปชั่นเอา คุยกันไม่ค่อยรู้เรื่องชี้ๆเอาชามใหญ่มาเลย
หมูต่างๆนี่มาแทบล้นชามเลยครับ ฟินมากๆ 
ทางผู้จัดงานมีเตรียมโต๊ะไว้ให้อยู่ด้านในเต้นท์ คนเริ่มมาเยอะขึ้นเรื่อยๆครับ เราก็ได้เวลากลับไปพักผ่อนแล้วสำหรับวันนี้ พรุ่งนี้ต้องไปลุยในโอซากากันต่อ ^^ 
ช่วงนี้มีโปรโมชั่นพิเศษนะครับ: ตั้งแต่วันนี้ถึง 11 มกราคม 2016 EXPOCITY เปิดจำหน่ายบัตรโดยสารพิเศษแบบ 1day ใช้โดยสารรถไฟได้ดิน และรถไฟของบริษัทต่างๆ รวมทั้งรถรางโมโนเรลไปยัง EXPOCITY ในราคาเพียง 1,500เยน ซึ่ง 500เยนสามารถแลกเป็นคูปองเงินสดสำหรับซื้ออาหารและสินค้าได้ (ไม่รวมบัตรผ่านประตูของสถานที่ต่างๆ) บัตรนี้ซื้อได้ที่สถานีรถใต้ดินและรถไฟทุกแห่งในโอซากา.
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและวิธีเดินทางได้จากเว็บไซต์ http://www.expocity-mf.com/en/
สุดท้ายผมก็ขอฝากรีวิวของครอบครัว B&L ของเราไว้ด้วยนะครับ ผิดพลาดประการใดก็ขออภัยไว้ด้วยครับ หากท่านอ่านรีวิวมาถึงตรงนี้ ผมขอขอบคุณทุกๆท่านเป็นอย่างมากที่ได้เข้ามาติดตามรีวิวของผม ผมหวังว่าข้อมูลต่างๆนี้จะเป็นข้อมูลและมีประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจนะครับ หากท่านชอบรีวิวของเรา เพียงแค่
ฝากคอมเม้นท์ กด Like กด Shareที่
Fanpage ของ B&L Family
Fanpage ของ น้องเบลล่า
เพื่อเป็นกำลังใจเล็กๆน้อยแก่ครอบครัวของเราด้วยครับ ขอบคุณมากๆครับ
ติดตามบทความอื่นๆได้ที่ www.BLJourney.com นะครับ
ขอฝากช่องทางใหม่ ติดต่อ สอบถาม ทริปการเดินทาง ข้อสงสัยต่างๆอย่างรวดเร็ว ทาง Line Official ID ได้เลยครับ






































































Pingback: เยลลี่เม็ดทุกรส ของเบอร์ตี้บอตส์ เก๊าลองมาแล้ว : Harry Potter Bertie Bott’s Every Flavour Beans | The Journey of B&L Family