แจกแพลนเที่ยว สิงคโปร์ 3 วัน 2 คืน ไปเที่ยวที่ไหนบ้าง

สิงคโปร์, เที่ยวสิงคโปร์ , แจกแพลนเที่ยว , เที่ยวสิงคโปร์ด้วยตัวเอง , ตั๋วเครื่องบิน , พาลูกเที่ยว , ทราเวลโลกา , Traveloka , bljourney , รีวิว , singapore , blueplanet , pantip , เที่ยวเอง , VTL Lane ,Marina Bay Sands , Art Science Museum , Singapore Flyer ,Esplanade,Gardens by the Bay ,Fountain of Wealth , Suntec City ,Historic Civic District ,ร้านข้าวมันไก่เทียนเทียน ,Maxwell Food Centre ,วัดพระธาตุเขี้ยวแก้ว , Sri Mariamman Temple ,Little India ,เซนโตซา ,ยูนิเวอร์แซลสตูดิโอ ,Universal Studios

มีวันหยุดไม่มากไปเที่ยวที่ไหนดี หลายคนคงตั้งคำถามประมาณนี้ ใครอัดอั้นตันใจอยากไปเที่ยวต่างประเทศบ้างในช่วงนี้ ประเทศสุดฮิตเหมาะแก่เที่ยวในเวลาสั้นๆ มีที่เที่ยวเยอะ ของกินอร่อย เดินทางง่ายขอแนะนำ “สิงคโปร์” เพื่อนบ้านทางภาคใต้ของเรา ที่ใช้เวลาบินแค่ 2 ชั่วโมงนิดๆ ก็ถึงแล้ว ที่เด็ดกว่านั้นคือตอนนี้ผู้โดยสารสัญชาติสามารถเดินทางเข้าสิงคโปร์ได้ด้วย VTL Lane สะดวกมากกว่าสำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้ว เพราะไม่จำเป็นต้องกักตัวให้ยุ่งยาก เพียงแค่เข้าไปเช็คมาตรการสนามบิน ที่นี่ แล้วไปเตรียมตัวจองตั๋วเครื่องบินไฟลท์ VTL Land เตรียมเอกสารให้พร้อม บินไปเที่ยวสิงคโปร์กันดีกว่า และลองมาจัดแผนเที่ยวสิงคโปร์กัน ดูซิว่า ภายในเวลา 3 วัน 2 คืน ไปเที่ยวที่ไหนกันดี จึงจะพอเหมาะกับเวลาลงตัวสุดๆ พร้อมแล้วไปดูกัน

จองตั๋วเครื่องบินไปสิงคโปร์ กับTraveloka > https://www.traveloka.com/th-th/flight/to/Singapore.SIN

จองรถรับส่งสนามบิน กับTraveloka > https://www.traveloka.com/th-th/airport-transfer

แพลนเที่ยว สิงคโปร์ 3 วัน 2 คืน แบบครบๆ สะดวกๆ

วันที่ 1 ทักทายมารินาเบย์ (Marina Bay Sands Singapore)

สิงคโปร์ มีระบบขนส่งที่ทันสมัย จากสนามบินชางงี (Changi Airport) มี MRT ไปยังใจกลางเมือง ใครไปไฟลท์ดึก แนะนำใช้บริการรถรับ – ส่งสนามบินกับ Traveloka สะดวกที่สุด 

หนึ่งใน Destination ที่นักท่องเที่ยวต้องลิสต์ไว้ในแพลนคือ ย่านมารินาเบย์ (Marina Bay) ศูนย์รวมที่เที่ยวสิงคโปร์ที่หลากหลาย และมีชื่อเสียงโด่งดังระดับแลนด์มาร์กทั้งนั้น และยังเป็นจุดเริ่มต้นในการเดินทางไปสำรวจย่านอื่นๆ ของสิงคโปร์ นักท่องเที่ยวนิยมมานั่งเล่นชมบรรยากาศ และชมการแสดงแสงสีในยามค่ำคืน

แลนด์มาร์กอันดับ 1 ต้องยกให้อาคารรูปเรือ “มารินาเบย์แซนด์” (Marina Bay Sands) โรงแรมสุดหรู ศูนย์รวมความบันเทิงทุกรูปแบบ ทั้งศูนย์การค้า คาสิโน สระว่ายน้ำกลางแจ้งในสวนลอยฟ้า ทีได้ชื่อว่าเป็นสระน้ำลอยฟ้าที่สูงที่สุดในโลก และยังเป็นสระว่ายน้ำไร้ขอบสระที่ยาวที่สุดในโลก เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกแบบ 360 องศา สวยสุดๆ 

ไม่ไกลกันจะเห็นอาคารทรงโค้งคล้ายรูปมือตั้งอยู่ริมอ่าว นั่นคือ “พิพิธภัณฑ์ศิลปะวิทยาศาสตร์” (Art Science Museum) พิพิธภัณฑ์สุดไฮเทค มีนิทรรศการให้ชมหลายแขนง เด็ดสุดคือนิทรรศการ “Future World” ที่สร้างโดย “ทีมแล็บ” (Teamlab) ของญี่ปุ่น เป็นการเล่นกับแสงไฟสุดอลังการ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมมากมายให้เล่นสนุกทั้งเด็กและผู้ใหญ่

มาถึงสิงคโปร์ ถ้าไม่ได้ขึ้น “สิงคโปร์ฟลายเออร์” (Singapore Flyer) ถือว่ายังมาไม่ถึง ตลอดเวลา 30 นาที ในการชมวิวบนชิงช้าสวรรค์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเซีย ภายในแคปซูลปรับอากาศ นักท่องเที่ยวจะได้ชมภาพอันตระการตาทั้งในยามกลางวันและกลางคืน และในวันที่อากาศเป็นใจอาจมองเห็นได้ไกลถึงประเทศมาเลเซีย และ อินโดนีเซีย โน่นเลย

เดินจากชิงช้ายักษ์มาไม่ไกล จะพบกับอาคารกระจกหน้าตาคล้าย “ทุเรียน” ที่นี่คือ “โรงละครเอสพลานาด” (Esplanade) ศูนย์ศิลปะการแสดงระดับโลก อาคารแฝดทรงโดมกระจกดีไซน์ล้ำ ที่นี่มีโปรแกรมน่าสนใจต่างๆ มากมาย ทั้งเต้นรำไปจนถึงการแสดงดนตรี และยังมีห้องสมุด คาเฟและร้านขายของที่ระลึกให้เดินชมเพลินๆ

อีกหนึ่งแลนด์มาร์กต้องแวะ “การ์เดนส์ บายเดอะเบย์” (Gardens by the Bay) สวนพฤกษศาสตร์ริมอ่าวที่ได้ชื่อว่าเป็นที่รวบรวมพรรณไม้ไว้มากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีตั้งแต่ต้นมะกอกเก่าแก่นับพันปี ไปจนถึงดอกแมกโนเลียและกล้วยไม้ ไฮไลท์ในยามค่ำคืนคือ ชมการแสดงแสงไฟสุดอลังการที่ “ซุปเปอร์ทรีโกรฟ” (Supertree Grove) 

จบทริปวันแรกด้วยการแวะไปขอพรที่ “น้ำพุแห่งความมั่งคั่ง” (Fountain of Wealth) ซึ่งตั้ง ณ จุดศูนย์กลางของกลุ่มอาคารซันเทคซิตี้  (Suntec City) ที่มีการจัดวางตำแหน่งของอาคารตามหลักฮวงจุ้ยเป๊ะๆ เชื่อกันว่าใครได้สัมผัสน้ำในน้ำพุแห่งนี้ จะมีโชคลาภ ร่ำรวยมั่งคั่ง ขอสิ่งใดก็สมปรารถนา เป็นที่เลื่องลือมาก

วันที่ 2 สำรวจย่านประวัติศาสตร์ 

สิงคโปร์ไม่ได้มีดีแค่ตึกระฟ้า ความทันสมัยหรูหรา แต่ยังมีย่านประวัติศาสตร์ “ซีวิคดิสทริคท์” (Historic Civic District) ให้เรียนรู้ความเป็นมาเมื่อครั้งอดีต เริ่มกันที่อาคารรัฐสภาซึ่งปัจจุบันเป็นศูนย์รวมของศิลปะทุกแขนง มีชื่อเก๋ๆ ว่า “ดิอาร์ตเฮาส์” (The Arts House) ไฮไลท์คือรูปปั้นช้าง ซึ่งเป็นของขวัญจาก รัชกาลที่ 5 ของไทย มอบให้เมื่อครั้งเสด็จมาเยือนสิงคโปร์

ณ อาคารเก่าแก่ริมฝั่งแม่น้ำสิงคโปร์ เป็นที่ตั้ง“พิพิธภัณฑ์อารยธรรมเอเชีย” (Asian Civilisations Museum) ซึ่งทำหน้าที่เล่าขานถึงประวัติศาสตร์ของการเข้ามาตั้งรกรากของชนชาติต่างๆ เมื่อ 2 ศตวรรษที่แล้ว โดยมีคอลเลกชั่นคือ “นิทรรศการซากเรือจม” (Tang Shipwreck) จัดแสดงสมบัติที่กู้ขึ้นมาจากซากเรือสินค้าอับปางของจีน ทั้งโบราณวัตถุ และเครื่องถ้วยชามจีนมากกว่า 60,000 ชิ้น

ใกล้ๆ กันยังมี “โรงละครวิคตอเรียและคอนเสิร์ตฮอลล์” (Victoria Theatre and Concert Hall) อาคารสไตล์วิคตอเรียที่เก่าแก่และสวยงามอลังการ มีหอนาฬิกาเชื่อมอาคาร 2 หลังเข้าด้วยกัน ด้านหน้าจะเห็นอนุสาวรีย์ของ “เซอร์โทมัสสแตมฟอร์ด ราฟเฟิลส์”  (Sir Thomas Stamford Raffles) โดดเด่นเป็นสง่า 

ไปต่อกันที่โบสถ์เก่าแก่และยิ่งใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์ “มหาวิหารเซนต์แอนดรูว์” (St Andrew’s Cathedral) โบสถ์ทรงโกธิกแบบอังกฤษสีขาวสะอาดตา มีจุดเด่นอยู่ที่หอคอยและยอดแหลมที่สูงตระหง่านเสียดฟ้า ตั้งอยู่ตรงกลางของสนามหญ้าสีเขียวขจี เข้าชมฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งแต่ 9 โมงเช้า จนถึงบ่าย 4 โมงเย็น

จากย่านประวัติศาสตร์ มุ่งหน้าสู่ย่านไชน่าทาวน์ (China Town) อีกหนึ่งที่เทื่ยวสิงคโปร์ขึ้นชื่อในเรื่องสตรีทฟู้ด เต็มไปด้วยร้านค้า ถนนคนเดิน ร้านของฝาก รวมไปจนถึงที่พัก ราคาประหยัด และเป็นแหล่งไนท์ไลฟ์สุดคึกคัก  ร้านข้าวมันไก่เทียนเทียน (Tian Tian Hainanese Chicken Rice) ร้านข้าวมันไก่ชื่อดังของสิงคโปร์ในศูนย์อาหารแม็กซ์เวล (Maxwell Food Centre) ก็ที่ไชน่าทาวน์นี่แหละ

ที่นี่ยังเป็นแหล่งรวมที่เที่ยวสิงคโปร์สำคัญๆ ทั้งวัด โบสถ์ และมัสยิดเก่าแก่นับร้อยปี ตั้งอยู่บนถนนสายเดียวกัน วัดดังสุดๆ คือ “วัดพระธาตุเขี้ยวแก้ว” (Buddha Tooth Relic Temple)  มีรูปแบบและสถาปัตยกรรมแบบวัดพุทธของจีนในสมัยราชวงศ์ถัง เป็นที่ประดิษฐานพระทนต์ของพระพุทธเจ้าเอาไว้ที่ชั้นบนสุดของวัด

บนถนนเซาท์บริดจ์ (South Bridge) ในย่านไชนาทาวน์ เป็นที่ตั้งของ “มัสยิดจาเมย์”  (Jamae Mosque) มัสยิดเก่าแก่ของชาวทมิฬ เป็นสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างตะวันออกและตะวันตก สีฟ้าโดดเด่นมองเห็นได้แต่ไกล เป็นแลนด์มาร์กถ่ายภาพยอดนิยม ติดๆ กันเป็นวัดฮินดูชื่อ “วัดแขกศรีมาริอัมมันต์” (Sri Mariamman Temple) แค่ชมสถาปัตยกรรมอันซับซ้อนและงดงามก็คุ้มแล้ว  

ไม่ไกลจากย่านไชนาทาวน์ มีอีกหนึ่งย่านน่าเที่ยว “ลิตเติ้ลอินเดีย” (Little India) เป็นย่านที่เต็มไปด้วยสีสันสดใสของตีกรามบ้านช่อง โดยเฉพาะบ้านเลขที่ 37 (House of Tan Teng Niah) บ้านสไตล์จีนสึลูกกวาด จุดถ่ายรูปห้ามพลาด ในย่านนี้ยังมีทั้งวัดฮินดู มัสยิด ห้างสรรพสินค้าที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง และตลาดถนนคนเดินอันแสนคึกคัก ที่นี่ยังมีศูนย์อาหารอินเดียให้ได้ชิม

ย่านสุดท้ายที่เต็มไปด้วยสีสันไม่แพ้กัน “อาหรับสตรีท” (Arab Street) ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าต้องเต็มไปด้วยชาวอาหรับมุสลิม ใจกลางของย่านนี้คือ “มัสยิดสุลต่าน” (Sultan Mosque) ที่เก่าแก่และสวยงามที่สุดในสิงคโปร์ ที่นี่ยังเป็นย่านไนท์ไลฟ์ที่แสนคึกคักเต็มไปด้วยผู้คน มีทั้งร้านค้า ร้านอาหารและคาเฟ่มากมาย เป็นแหล่งแฮงก์เอาท์สุดชิลของวัยรุ่นสิงคโปร์

วันที่ 3 เยือนเกาะเซนโตซา

เที่ยวในตัวเมืองสิงคโปร์มา 2 วันเต็มๆ ทิ้งทวนวันสุดท้ายไปเที่ยวเกาะกันดีกว่า “เซนโตซา” (Sentosa Island) เกาะมหาสนุก ศูนย์รวมความบันเทิงสำหรับครอบครัว มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ทั้งชายหาดสวยๆ สวนสนุกระดับโลก “ยูนิเวอร์แซลสตูดิโอ” (Universal Studios) พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนน้ำ แหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ และอื่นๆ อีกมากมาย ใครไม่ได้ไปที่นี่เหมือนมาถึงสิงคโปร์ ขากลับจากเกาะเซ็นโตซาไปอย่าลืมแวะช้อปปิ้งที่ห้างวีโวซิตี้ (Vivo City) ช็อปของฝากกลับบ้านกันหน่อย

ถ้ายังหาของฝากถูกใจไม่ได้ ถ้ามีเวลาแนะนำให้แวะ “ถนนออร์ชาร์ด” (Orchard Road) ถนนชอปปิ้งชื่อดังของสิงคโปร์ สองข้างทางเต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้า และร้านแบรนด์ดัง และยังมีร้านอาหารและภัตตาคารชื่อดัง ให้เลือกชิมเมนูขึ้นชื่อของสิงคโปร์ ก่อนบินกลับเมืองไทย 

จริงๆ แล้ว สิงคโปร์ มีที่เที่ยวให้ใส่ไว้ลิสต์อีกเยอะมาก แพลนเที่ยว 3 วัน 2 คืนนี้ถือว่ากำลังดี ด้วยความที่การเดินทางในสิงคโปร์สะดวก จีงช่วยให้คุณมีเวลาเที่ยวได้อย่างจุใจ แต่ต้องไม่ลืมมาตรการข้อจำกัดเพื่อความปลอดภัยของคุณเองและคนรอบข้าง เตรียมเอกสารฉีดวัคซีนไว้ แล้วจองตั๋วเครื่องบินไปเที่ยวสิงคโปร์กัน

จองตั๋วเครื่องบินไปสิงคโปร์ กับTraveloka > https://www.traveloka.com/th-th/flight/to/Singapore.SIN

จองรถรับส่งสนามบิน กับTraveloka > https://www.traveloka.com/th-th/airport-transfer

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณเพื่อนๆ ที่ติดตามรีวิวของผม นะครับ หวังว่าคงจะมีประโยชน์กับเพื่อนๆนะครับ รบกวนฝากไลค์ Facebook Fanpage BLJourney เพจน้องเบลล่า และ Share บทความต่างๆของ BLJourney.comเพื่อเป็นกำลังใจให้กับ ครอบครัวของเราด้วยครับ รีวิวหน้าจะไปที่ไหนกันอย่าลืมมาติดตามชมกันนะครับ ขอบคุณมากๆครับ

Comments

comments

Leave a Reply