Camp Curry ร้านข้าวแกงกะหรี่ ชื่อดังจากญี่ปุ่น ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็น Tokyo’s Best Curry ได้มาเปิดสาขาแรกที่เมืองไทยแล้ว อร่อยมั้ย รสชาติเป็นอย่างไร ทำไมถึงเป็น The Best ตามไปชมกันเลยครับ
แคมป์ เคอร์รี่ – Camp Curry เพื่อนๆหลายๆคน อาจไม่คุ้นกับชื่อนี้ แต่รู้หรือไม่ว่า ร้านนี้เป็นร้านข้าวแกงกะหรี่ชื่อดังจากย่านชินจูกุ ฮาราจูกุ กรุงโตเกียว มีสาขากว่า 30 สาขาที่ประเทศญี่ปุ่น ได้รับความนิยมจากคนญี่ปุ่นมากๆจนถูกเรียกว่า Tokyo’s Best Curry
และในที่สุดร้าน Camp ก็ได้มาเปิดแคมป์ที่ประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อย วันนี้ผมขอชวนเพื่อนๆไปอร่อยกับข้าวแกงกะหรี่สไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ กับคอนเซปต์เก๋ๆ ให้ความรู้สึกเหมือนได้ออกไปตั้งแคมป์ ทำแกงกะหรี่กินกันกับเพื่อนๆ กับครอบครัว ฟังดูดีใช่ม้า งั้นไปตั้งแคมป์ กินแกงกะหรี่อร่อยๆกันเลย
“อิตะคะคิมัสสสสสส”
Camp Curry ร้านนี้ถือเป็นสาขาแรกของที่ตั้งอยู่นอกประเทศญี่ปุ่นครับ โดยตั้งอยู่ที่ชั้น 4 สยามพารากอน โซน Food Passage ครับ
บรรยากาศร้าน อุปกรณ์ตกแต่ง เมนู ต่างๆ นำไอเดียจากการไป Camping ซึ่งถือกิจกรรมยอดฮิตของเด็กๆในช่วงฤดูร้อนของญี่ปุ่น เรียกกันว่า ริงกังกักโค ที่จะไป Camping กันในกลุ่มเพื่อนที่โรงเรียน หรือ ครอบครัว แล้วทำอาหารกินกันเอง ทั้งหั่นผัก หั่นเนื้อ ต้มแกงหุงข้าวในหม้อสนาม (ดูๆไปได้ฟิลเหมือนไปค่ายลูกเสือเนตรนารีบ้านเราหมือนกันแฮะ) แล้วมาล้อมวงกินกันอย่างสนุกสนาน ซึ่งอาหารนั่นก็คือ ข้าวแกงกะหรี่นั่นเอง
เข้ามาในร้านนี่ได้บรรยากาศเหมือนไปตั้งแคมป์เลยครับ เบลล่าชอบมากๆครับ ถามใหญ่เลยว่าอันนี้คืออะไร อันนั้นคืออะไร
จะหม้อ หรือ กระติกน้ำ ทำให้รู้สึกถึงการออกไปตั้งแคมป์จริงๆ

บรรยากาศแบบนี้อยู่ในร้านอาหารนะครับ ไม่ใช่ Base Camp ก่อนขึ้น Mt. Everest
ในส่วนของที่นั่งจะมีอยู่สองโซนครับ ชอบบรรยากาศแบบส่วนตัวหน่อยก็นั่งด้านใน ถ้าอยากถ่ายรูปสวยๆหน่อยก็นั่งด้านหน้าครับ จะสว่างกว่า ผมเลยเลือกนั่งบริเวณด้านนอกครับ

ช้อนส้อมยังให้ความรู้สึกแบบไปตั้งแคมป์เลย 

และแล้วก็ได้เวลามาพบกับผู้ท้าชิงในวันนี้ หน้ากากเมนูววววววววว
เอานู่น นี่ นั่น โน่น ค่า
มาดูเมนูกันครับ (กดที่รูปขยายเป็นภาพใหญ่ได้นะครับ)
และอีกความพิเศษของ Camp คือ ความเอาใจใส่ในการคิดค้นสูตรอาหารของครับ ซึ่งหลายคนอาจไม่ทราบว่าแกงกะหรี่ทั่วๆไปที่ขายกันนั้นจะนิยมใช้เนื้อวัวมาเป็นส่วนประกอบในการทำน้ำซอสแกงกะหรี่ แต่ที่ Camp ได้คิดค้นน้ำซอสขึ้นมาถึง 6 แบบตามความต้องการของลูกค้า ได้แก่
1. ซอสแกงกะหรี่ผัก เบสซอสไก่ เผ็ดอ่อนๆ
2. ซอสบาร์บีคิว เบสซอสหมู กลิ่นหอมแกงกะหรี่เพิ่มขึ้นนิดหน่อย เผ็ดไม่มาก
3. ซอสโตเกียว เบสซอสไก่สับ เป็นแกงกะหรี่ชนิดแห้ง ค่อนข้างเผ็ด
4. ซอสฮายาชิสตูว์ เบสซอสหมู ซอสสตูว์เคี่ยวจากหัวหอม ไ่ม่มีส่วนผสมของกะหรี่และไม่เผ็ด
5.ซอสแกรนม่า เบสซอสเนื้อ รสชาติเข้มข้นและเผ็ดที่สุด
6. ซอสสำหรับแกงกะหรี่ทอด เบสซอสกึ่งสตูกึ่งแกงกะหรี่ มีกลิ่นแกงกะหรี่อ่อนๆ แต่รสชาติติดหวานไปทางสตูว์และเผ็ดน้อย
เมนูที่เราได้ชิมมามีดังนี้ครับ
- แกงกระหรี่ผักรักสุขภาพ
- แกงกะหรี่บาร์บีคิว
- Hango Shake Salad
- แกงกะหรี่แคมป์ไฟไซส์จับโบ้
- ไก่คาราเกะ
- Hokkaido Honey Lassi ลาซซี่น้ำผึ้งฮอกไกโด
- Hokkaido Pudding พุดดิ้งนมฮอกไกโด
สั่งอาหารเรียบร้อย เดินมาชม ส่วนครัว ที่เป็นกึ่งๆครัวเปิดให้ได้เห็นกันชัดๆทที่หน้าร้านเลยครับ
ได้เวลาไปชมเมนูต่างๆกันยาวๆเลยครับ ขอเริ่มด้วยเมนู Signature ของ Camp เลยครับ
แกงกะหรี่ผักรักสุขภาพ : แกงกะหรี่สำหรับคนรักสุขภาพ เมนูยอดฮิตของ Camp Curry
ความเก๋ของเมนูนี้คือทางร้านได้คิดค้นเมนูนี้โดยใช้ผักที่ร่างกายต้องการใน 1 วัน มาทำเป็นแกงกะหรี่ให้กินกันง่ายๆ คนไม่ค่อยทานผักแบบผมยังรู้สึกว่ากินง่ายเลยครับ และที่สำคัญผักทั้งหมดมาจากโครงการหลวงครับ
ข้าวและผักจะถูกเสิร์ฟมาในกะทะร้อนๆ พอราดน้ำแกงกะหรี่ลงไปก็จะเป็นแบบนี้ครับ ควันลอยฟู่ขึ้นมาสร้างบรรยากาศความน่ากินเพิ่มขึ้นอีก โอยย น้ำลายสอเลย
คนไม่ชอบกินผักแบบผมแนะนำเมนูนี้เลยครับ ทั้งอร่อย ทั้งมีประโยชน์ ไม่ต้องมาคิดว่าต้องกินอะไร แค่ไหน ยังไง ถึงจะได้สารอาหารครบถ้วน ทางร้านจัดการให้คุณเรียบร้อย
ต่อกันด้วยอีกหนึ่งเมนูแนะนำ
แกงกะหรี่บาร์บีคิว BBQ Curry
สำหรับสายกินเนื้อแบบผมต้องเมนูนี้เลย แกงกะหรี่บาร์บีคิว BBQ Curry กับชิ้นเนื้อหมูต้มคัดพิเศษตุ๋นจนนุ่มแล้วกินกับซอสแกงกะหรี่สูตรเฉพาะของทางร้าน บอกเลยว่าสุดยอด
ข้าวสวยร้อนๆ กับ เนื้อหมูนุ่มๆชิ้นใหญ่ๆ รอการฟีเจอริ่งกับน้ำแกงกะหรี่สูตรพิเศษของทางร้านครับ
ควันลอยขึ้นมาหอมกรุ่น น่ากินมาก

รวมร่างกันเรียบร้อย ท้องร้องโครมครามเลย
Hango shake salad สลัดผักจากโครงการหลวง
นำผักสดๆและท้อปปิ้งต่างๆใส่ในหม้อสนาม โรยฟูริคาเกะปิดฝาแล้ว เชคๆๆๆ ให้ทุกอย่างเข้ากัน แล้วกินกันได้เลย
เด็กๆก็กินได้ ผักสดๆกับน้ำสลัดเข้ากันได้ดีมาก
แกงกะหรี่แคมป์ไฟไซส์จับโบ้ Big Camp Fire Curry
เมนูหม้อไฟจัมโบ้ ถ้ายังไม่จุใจสามารถเลือกท้อปปิ้ง เครื่องเคียงต่างๆ รังสรรค์หม้อไฟสูตรพิเศษเฉพาะของเราเอง หลังจากกินเนื้อไปบางส่วนลองสั่งเส้นอุด้งหรือข้าวมาใส่ลงไปในหม้อทำเป็นข้าวต้มแกงกะหรี่หรือ อุด้งแกงกะหรี่ก็เป็นเมนูที่น่าสนใจครับ
ไก่คาราเกะ
ไก่ทอดกรอบนอกนุ่มในเสิร์ฟพร้อมซอสเทอริยากิ ไก่กรอบอร่อยเลยครับ หน้าตาอาจจะไม่ค่อยคุ้นเพราะมาเป็นน่องๆเลย
เมนูนี้เบลล่ากินเพลินเลย ไก่ทอดกรอบๆ แบบนี้ ชอบเลย

Hokkaido Honey Lassi : ลาซซี่น้ำผึ้งฮอกไกโด
รสชาติแก้วนี้เบลล่าไม่ให้ชิมเลย กินคนเดียวหมดเลย แอบชิมไม่ได้เดี๋ยวมีงอน ><
อิ่มของคาวเรียบร้อยก็มาดูของหวานล้างปากกันครับ
Hokkaido Pudding พุดดิ้งนมฮอกไกโด
Hokkaido Pudding พุดดิ้งนมฮอกไกโด หวานๆ เข้มๆ ถูกใจเลย กินเสร็จแทบอยากจะขอนอนต่อที่แคมป์กันเลย
ครบถ้วนสมบูรณ์ทั้งเมนูคาวหวาน โดยสรุปสำหรับร้าน Camp Curry ที่พารากอน ชั้น 4 นี้นะครับ
รสชาติ – ผมว่าโอเคเลยครับ อร่อย เข้มข้น ผมชอบทั้งแกงกะหรี่ผักและบาร์บีคิวเลยครับ
บริการ – บริการดีครับ พนักงานอธิบายเมนูต่างๆได้ดีเลย
การตกแต่ง – ทำได้ดีครับ ได้บรรยากาศไปแคมป์มากๆ ครอบครัวมีเด็กๆน่าจะชอบได้เปลี่ยนบรรยากาศไปในตัว
ราคา – ราคาอาจจะค่อนข้างสูงนิดนึงครับ แต่ก็แลกมาด้วยรสชาติแบบญี่ปุ่นแท้ๆ และคุณภาพวัตถุดิบที่ดีครับ
ความหลากหลายของอาหาร – อาจจะไม่เยอะมากถ้าเทียบกับบางร้าน แต่ก็สามารถครีเอทเมนูหม้อไฟสูตรเฉพาะตัวกันได้
” หากใครชอบกินข้าวแกงกะหรี ผมแนะนำว่าลองมาเปลี่ยนบรรยากาศกินข้าวแกงกะหรี่สไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ในบรรยากาศแบบใหม่ๆ ไม่จำเจ ก็น่าสนใจนะครับ ตอนนี้ร้านนี้กลายเป็นร้านโปรดของเบลล่าไปเรียบร้อย “
สุดท้ายนี้ขอขอบคุณ ทุกๆท่านที่ติดตามรีวิวของผม นะครับ หวังว่าคงจะมีประโยชน์กับท่านนะครับ รบกวนฝากไลค์ Facebook Fanpage B&L Family เพจน้องเบลล่า และ Share บทความต่างๆ เพื่อเป็นกำลังใจให้กับ ครอบครัวของเราด้วยครับ รีวิวหน้าจะไปที่ไหนกันอย่าลืมมาติดตามชมกันนะครับ ขอบคุณมากๆครับ














































