b&L family, Bella, Bljourney, ,Family, pantip, Review, The Journey of B&L Family, Travel, กระเตงลูกเที่ยว , เลี้ยงลูกนอกบ้าน, แม่และเด็ก , pantip ,พาลูกเที่ยว , , ครอบครัว , ที่พัก , พาลูกเที่ยวดะ , พาลูกเที่ยว , เลี้ยงลูกนอกบ้าน ,กระเตงลูกเที่ยว , เที่ยวเมืองจีน , เซียงไฮ้ ,กวางเจา , เที่ยวเซี่ยงไฮ้ , ด้วยตัวเอง , แบคแพค , ตั๋วเครื่องบินราคาถูก , คู่มือเที่ยวจีน , ดิสนีย์แลนด์ , ประเทศจีน , รถไฟความเร็วสูง , shanghai , maglev , ที่เที่ยวสำหรับเด็ก , สตาร์บัค , ใหญ่สุดในโลก , Shanghai , เซียงไฮ้, ประเทศจีน , Low Cost , Full Service , แอร์เอเชีย , air asia , air asia x , รถไฟแม่เหล็กความเร็วสูง , ชาบู 6 ดาว , Hai Di Lao , ที่พัก , โรงแรม , เที่ยวเอง , Nanjing , the bund , west Nanjing , east Nanjing , metro , แผนเที่ยวเซียงไฮ้ ,

Shanghai กระเตงลูกเที่ยวเซี่ยงไฮ้ เที่ยวเองง่ายๆ สบายกว่าที่คิด


Shanghai เซียงไฮ้ ประเทศจีน จะมีที่เที่ยวอะไรบ้าง พาเด็กๆไปไหวมั้ย เดินทางสะดวกมั้ย จะกินอะไรได้หรือเปล่า เพื่อให้รู้ว่าเป็นยังไง เราเลยต้องไปให้รู้ ไปดูให้เห็น ตามไปเที่ยวเมืองใหม่ของจีนด้วยกันนะคะ 

ทริปเซี่ยงไฮ้นี้เกิดจากความตั้งใจหลักๆของเราคือการพาเด็กๆไปเที่ยว เซี่ยงไฮ้ Disneyland และไปนอนที่ Toy Story Hotel แต่ไหนๆไปเซี่ยงไฮ้แล้วก็เลยขอเที่ยวในเมืองก่อนสักสองวันนะคะ

เราแพลนไว้ว่าจะไปเที่ยวช่วงสงกรานต์ วันหยุดยาว ดังนั้นจึงต้องหาตั๋วเครื่องบินราคาเหมาะๆให้ได้ก่อน ซึ่งสายการบินที่จะไปเซี่ยงไฮ้มีให้บริการหลายสายการบินมากๆ ทั้ง Low Cost และ Full Service บินตรง บินอ้อม มีหมด ราคาก็แตกต่างกันพอสมควร ซึ่งเราก็เช็คหลายๆที่ทั้ง Skyscanner, Traveloga , Google Flight ดูราคาและเวลาบินเป็นหลัก ใครมีโค้ดอะไรก็ใส่ลดๆกันเลยค่ะ

ซึ่งการเดินทางไปเซี่ยงไฮ้ครั้งนี้ เราเดินทางกันด้วยสายการบินแอร์เอเชียเอ็กซ์ ด้วยเครื่องบินแอร์บัส เอ 330-300 ขนาด 377 ที่นั่ง เที่ยวบิน XJ760 ออกจากดอนเมือง 00.15 น. ถึงสนามบินผู่ตง 05.40 น. บินตรงเลย ไม่ต้องต่อเครื่อง ราคาถือว่าโอเค เวลาบินขาไปดีแต่ขากลับไม่ค่อยดีเพราะกลับแต่เช้าตรู่

เราเลือกเดินทางกันในช่วงสงกรานต์ ซึ่งขึ้นชื่อว่าโหด และหินมาก และก็โหดจริงๆ เริ่มตั้งแต่สนามบินกันเลยทีเดียว เราเผื่อเวลาเอาไว้ 3 ชั่วโมง แต่แค่ต่อแถวเช็คอิน ก็กินเวลาไปแล้ว 2 ชั่วโมง กว่าจะผ่านเครื่องเอ็กซเรย์ทั้งหลายก็เหลือเวลาไม่ถึงชั่วโมงให้ช้อปปิ้ง

สำหรับการจัดระเบียบที่นั่งบนเครื่องบินนั้น หม่าม้าเล้งควบลูกสองคนเลย ส่วนป๊าแบงค์ นั่งที่นั่งข้าง ๆ กันที่มีทางเดินกั้น (ใช่ซี้….ให้ป๊าจองตั๋วนิ่) หลับ ๆ ตื่น ๆ กันจนมาถึงสนามบินผู่ตง เซี่ยงไฮ้ ก่อนเวลาเล็กน้อย (เวลาที่เซี่ยงไฮ้ เร็วกว่าเวลาในประเทศไทย 1 ชั่วโมง) ลงเครื่องกันมา เราก็เข้าห้องน้ำกันก่อน กลิ่นบุหรี่นี่เริ่มกันตั้งแต่ในห้องน้ำเลย เหม็นแสบจมูกมาก กว่าจะผ่าน immigration รับกระเป๋ากันออกมาก็ 6 โมงกว่า ๆ แล้ว มา…เราจะพาไปที่พักกัน

สำหรับเพื่อนๆทที่อยากชมเป็นคลิปวีดีโอ ชมได้ที่นี่เลย

 

การเข้าเมืองเซี่ยงไฮ้ เดินทางได้หลายวิธีด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นแท็กซี่ รถบัส รถไฟใต้ดิน (ที่นั่นเรียกว่า Metro) เราเลือกรถไฟแม่เหล็กความเร็วสูง หรือที่เรียกกันว่า Maglev ซึ่งการจะเดินทางโดยวิธีไหนนั้นไม่ยากเลย เพียงแค่มองป้ายเท่านั้น ในสนามบินมีป้ายทั้งภาษาอังกฤษและจีน ไม่ต้องกลัวว่าจะหลงทางเลย

Maglev คืออะไร

เราเลือกเดินทางเข้าเมืองด้วย Maglev หรือรถไฟพลังแม่เหล็กความเร็วสูงด้วยเหตุผลเดียวสั้น ๆ ง่าย ๆ คือ อยากลอง ค่าโดยสารอยู่ที่ 50 หยวนต่อเที่ยว ใช้เวลาเดินทาง 8 นาทีไปสุดสายที่สถานี Longyang Road (หลงหยางลู่) แล้วต้องนั่ง metro ต่อ ซึ่งถ้าหากว่าเราจะเข้าเมืองด้วย Metro ค่าโดยสารจะอยู่ที่ 6 หยวน ใช้เวลาประมาณ 30 นาที มาถึงสถานี Longyang เช่นกัน แล้วต้องต่อรถ Metro อยู่ดี 

การซื้อตั๋วนั่ง Maglev นี่ไม่ยากเลยค่ะ เคาท์เตอร์จะอยู่ระหว่างทางเดินเชื่อมต่อ terminal  และ terminal 2 ซึ่งมันจะมีตารางเวลาด้วย ตอนที่เราไป ซื้อปุ๊บ ก็ได้ขึ้นรถเลย เด็กที่สูงไม่ถึง 130 cm ฟรีจ้า

เจ้า Maglev นี่ทำความเร็วปกติอยู่ที่ 300 กม./ชม. กันเลยทีเดียว และจากตารางเวลา บางรอบนี่ความเร็วพุ่งไปถึง 430 กม./ชม. ตรงหน้าตู้จะมีความเร็วบอกเป็นตัวเลข ดูแล้วลุ้นดีค่ะ ระหว่างที่นั่งอยู่ รู้สึกว่าไม่ได้เร็วเลย แต่แค่ 8 นาทีก็มาถึงสถานี Longyang Rd. แล้ว

พอลงมาต่อ Metro ด้วยความที่เรามากัน 4 ชีวิต เด็ก 2 ผู้ใหญ่ 2 กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ 2 ใบ รถเข็นเด็ก 2 คัน ปัญหาแรกที่เจอเลยก็คือ ช่องทางเข้า Metro แคบมาก แคบแบบพอดีรถเข็น 1 คัน และตัวกั้น ยังเป็นแบบเก่า คือเป็นเหล็กที่ใช้นับคน จะอธิบายยังไงดี เหมือนเหล็กที่กั้นเวลาข้ามเรือข้ามฟาก หรือทางเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตสมัยก่อน ไม่ได้เป็นที่กั้นแบบอัตโนมัติ โชคดีที่รถเข็นของเราพับตรงร่มลงมาได้ไม่ยาก การจะเอาเด็ก ๆ ผ่านช่องนั้น ต้องจับหักร่ม แล้วเข็นเข้าไปทีละคัน แต่ในบางสถานีก็จะมีช่องทางสำหรับผู้พิการนะคะ ก็สามารถใช้ช่องนั้นได้ ใน Metro มีลิฟท์ บางสถานีก็สามารถใช้ได้ตามปกติ แต่ในหลาย ๆ สถานีจะต้องกดอินเตอร์คอมพูดกับเจ้าหน้าที่เพื่อให้เค้าส่งลิฟท์มาให้ จุดนี้มองหน้ากัน คุยภาษามือยังลำบากเลยค่ะ ในสถานีที่ใช้ลิฟท์ไม่ได้ เราก็ขึ้นบันไดเลื่อนเอา

จะหาช่องทางเข้าสำหรับรถเข็น วนหลายรอบแล้วไม่เจอ ก็ต้องปรับตัวนิดนึง

เวลาจะใช้ลิฟท์ให้กดปุ่มแล้วคุยกับเจ้าหน้าที่นะคะ ภาษาจีน Only

เจอตู่น้ำส้มสีสันสวยงามแวะกดสักหน่อย

อย่าเพิ่งมาม่ากับการนั่งรถเข็นของเด็ก ๆ กันน้า การพาเด็ก ๆ มาเที่ยว เด็กเค้าเดินได้ไม่เยอะเท่าเราหรอกค่ะ วัน ๆ นึงเราเดินกันเป็น 10 กิโลเลย และยังใช้บริการ Metro ตลอด ไม่ได้ใช้แท็กซี่เลย เพื่อไม่ให้ลูก ๆ ต้องเหนื่อยกันจนหมดสนุก เลยแบกรถเข็นมาด้วย ซึ่งมันก็สะดวกดีนะ จะหลับตอนไหนก็ได้ ซึ่งคืนที่ผ่านมาเด็ก ๆ ไม่ได้นอนสบาย ๆ วันนี้เลยเพลียจากการเดินทาง มีหลับบ้าง (ทั้ง ๆ ที่ปกติแบตเต็มตลอดเวลา) และรถเข็นของเราพับเล็กได้ ตอนที่ต้องเปลี่ยนโรงแรม เราก็เก็บเข้ากระเป๋าไปอันนึง กางแค่อันเดียวสำหรับลัลลาเบล สะดวกดีค่ะb&L family, Bella, Bljourney, ,Family, pantip, Review, The Journey of B&L Family, Travel, กระเตงลูกเที่ยว , เลี้ยงลูกนอกบ้าน, แม่และเด็ก , pantip ,พาลูกเที่ยว , , ครอบครัว , ที่พัก , พาลูกเที่ยวดะ , พาลูกเที่ยว , เลี้ยงลูกนอกบ้าน ,กระเตงลูกเที่ยว , เที่ยวเมืองจีน , เซียงไฮ้ ,กวางเจา , เที่ยวเซี่ยงไฮ้ , ด้วยตัวเอง , แบคแพค , ตั๋วเครื่องบินราคาถูก , คู่มือเที่ยวจีน , ดิสนีย์แลนด์ , ประเทศจีน , รถไฟความเร็วสูง , shanghai , maglev , ที่เที่ยวสำหรับเด็ก , สตาร์บัค , ใหญ่สุดในโลก , Shanghai , เซียงไฮ้, ประเทศจีน , Low Cost , Full Service , แอร์เอเชีย , air asia , air asia x , รถไฟแม่เหล็กความเร็วสูง , ชาบู 6 ดาว , Hai Di Lao , ที่พัก , โรงแรม , เที่ยวเอง , Nanjing , the bund , west Nanjing , east Nanjing , metro , แผนเที่ยวเซียงไฮ้ ,

2 คืนแรก เราพักกันที่โรงแรม Hotel Fish Inn Bund ค่ะ อยู่ในย่าน The Bund กลางเมืองกันเลยทีเดียว เดินจากสถานี East Nanjing ประมาณ 500 เมตร ทางออกมีลิฟท์ค่ะ สบายหน่อย

ห้องที่จองเป็นห้องแบบ Duplex มีพื้นที่ให้วิ่งเล่นเยอะเลย (จะไปวิ่งเล่นกันตอนไหนเนี่ย) ชั้นล่างจะมีโซฟา ส่วนชั้นบนก็เป็นเตียงขนาดใหญ่ มีหน้าต่างด้วย ซึ่งลัลลาเบลก็สนุกกับการปีนขึ้น-ลงบันไดท้างคืน มาถึงกันตั้งแต่เช้า เลยยังเช็คอินไม่ได้นะคะ ที่นี่เช็คอินได้ตั้งแต่บ่าย 2 เป็นต้นไป เราเลยฝากกระเป๋า ล้างหน้า แปรงฟัน เปลี่ยนชุด หาข้าวเช้าทาน เตรียมตัวเที่ยวกันต่อเล้ย

ห้องพักถือว่าค่อนข้างใหญ่พอสมควรเลย มีพื้นที่วางของ วางรถเข็นได้สบายๆ ราคาก็อยู่ประมาณคืนละ 3000-4000 บาท

ป่ะ ไปเที่ยวกันดีกว่า

ที่แรกที่เราจะไปก็คือ Shanghai Natural History Museum อันนี้อย่าสับสนกับ Shanghai Museum นะคะ ใน Metro มีป้ายบอก Shanghai Museum ชัดเจน ซึ่งอย่าไปตาม อันนั้นเป็นคนละอันกันกับอันนี้
(ของที่ถูกคือค้องเป็นตึกโค้งๆแบบนี้นะคะ ถ้าจะถามเจ้าหน้าที่ต้องบอกเต็มๆนะ เอารูปให้เค้าดูด้วยก็ได้ค่ะ เพราะที่เซี่ยงไฮ้มี
Museum เยอะมาก และชื่อคล้ายๆกัน )

การเดินทาง: สถานี West Nanjing Station ทางออก 11

ออกจากสถานีแล้ว ไม่มีป้ายบอกจ้า ไม่มีอะไรที่เป็น sign เลยว่าเจ้าพิพิธภัณฑ์นี้มันอยู่ที่ไหน google map ก็ใช้ได้บ้างไม่ได้บ้าง เพราะที่จีนเค้าใช้ baidu map กัน เราเปิดทั้งรูป และเปิด google map แล้วถามทางอยู่หลายคนเหมือนกัน ซึ่งบอกเลยว่า 95% ที่เราไปถามทางเนี่ย น่ารักมาก ถึงแม้ว่าจะไม่รู้ ก็พยายามยามช่วยหา หลายคนเปิดแมพของเค้าให้ดูเลย หลายคนก็โทรถามเพื่อนให้ (อันนี้พูดถึงการถามทางไปที่อื่น ๆ ด้วยนะคะ) จนเรารู้ทางละ ก็เดิน ๆ ๆ ไปเรื่อย ๆ แต่สิ่งที่เราเจอก่อนที่จะเจอพิพิธภัณฑ์ก็คือ Starbucks Reserve Roastery ซึ่งเป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุดในโลก (ในปี 2018) มีพื้นที่ 3 หมื่นตารางฟุต (ใหญ่กว่าสาขาปกติ 300 เท่า) ที่นี่มีบาร์จิบกาแฟที่ยาวที่สุดในโลก และใช้ AR ด้วยนะ (ถ้าเราดาวน์โหลดแอพมา)

การเข้ามาข้างในนี่ไม่ธรรมดาเลย เพราะเค้าจะมีคิวอ้อมไปทางด้านหลังตึกด้วย ส่วนแรกที่เข้ามาถึงแล้วเจอเลยคือ Main bar สั่งได้ทั้งกาแฟและเบเกอรี่ ด้านในที่เรียกว่า Roasting Area จะมีการคั่วกาแฟให้ชมกันได้อย่างใกล้ชิด และมีบาร์ให้นั่งดูได้แบบติดจอเลย สองสาวสนใจมาก ซึ่งเมล็ดกาแฟที่คั่วนี้ นำมาใช้ในร้านกันทันที เวลาที่เค้าเปิดเครื่อง จะมีเสียงดูดเมล็ดขึ้นไปด้านบนเพื่อบรรจุ เด็ก ๆ ได้ดูอยู่หลายรอบเลยค่ะ

ด้านบนจะมีโซน Teavana และ Coldbrew ที่มีตัวอย่างแจกให้ลูกค้าได้ลองชิมกันได้ แต่ก็นะ เรายังไม่อิน Teavana เลยไม่ได้ลอง ห้องน้ำก็จะอยู่ที่ชั้นบนเช่นกัน ซึ่งแนะนำเลยถ้าเราอยากจะเข้าห้องน้ำ ที่นี่เป็นห้องน้ำปกติ เข้าได้ค่ะ

ไหนๆมาถึงแล้วก็เลยถือโอกาสชิมขนม เป็นมื้อเที่ยงไปเลย

เมื่ออิ่มแล้วก็เดินกันต่อค่ะ เดินอีกไม่ไกลก็ถึงพิพิธภัณฑ์ทางธรรมชาติแห่งชาติ (Shanghai Natural History Museum) จะเห็นป้ายและสวนสาธารณะแบบนี้ เดินเข้าไปเลยค่ะ เรามาถูกทางแล้ว

Shanghai Natural History Museum เป็นแหล่งให้ความรู้เกี่ยวกับสัตว์ตั้งแต่ยุคไดโนเสาร์ จนถึงสัตว์ปัจจุบัน มีทั้งสัตว์สตาฟและสัตว์จำลอง ไดโนเสาร์ที่นี่ขยับและส่งเสียงได้ด้วยนะ

พร้อมแล้วค่า

ค่าเข้าผู้ใหญ่ คนละ 30 หยวน เด็กต่ำกว่า 18 ปี  12 หบวน ต่ำกว่า 130  cm ฟรีค่ะ 

การจัดแสดงแยกเป็นโซน ๆ อย่างชัดเจนค่ะ เด็ก ๆ ไม่งงแน่นอน เด็ก ๆ ชอบกันมาก ๆ

ภายในอาคารกว้างมาก พื้นที่จัดแสดงกว่า 45000  ตารางเมตร โมเดลรวมๆมากกว่า 11000 ตัว ชิ้นงานแสดงมากกว่า 2800000 ชิ้น โดยทางเข้าจะอยู่ที่ชั้น 2 แล้วเดินไล่ลงมาเรื่อยๆทีละชั้นจนมาถึงล่างสุดรวม 5 ชั้น

ชั้นบนสุดชั้น 2 จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการเริ่มต้นของทุกสิ่งบนโลก ต่อมาจะเป็นชั้น 1 ส่วนจัดแสดงสัตว์ต่างๆตั้งแต่ยุคอดีต มาจนถึงยุคปัจจุบัน ในชั้น B1 จะจัดแสดงเกี่ยวกับซากไดโนเสาร์ ฟอสซิสต่างๆ และชั้น B2M  เป็นเรื่องราวตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันของเซี่ยงไฮ้ ชั้น B2 ชั้นล่างสุด จะเป็นส่วนแสดง รวมๆหลายๆอย่างทั้งสัตว์พวกนก และ แมลง รัง แหล่งที่อยู่ คุณสมบัติ ลักษณะเฉพาะ รวมไปถึง แร่ธาตุ วิวัฒนาการมนุษย์ และสัตว์ และมีส่วนจัดแสดงจำลองบรรยากาศในทุ่งหญ้าแอฟริกันด้วย (แสดงเป็นรอบๆ )

เข้ามาถึงปุ้ปจะเจอเรื่องเกี่ยวกับดวงดาว การเกิดโลก และจักรวาล รวมถึง กล้องดูดาวในสมัยต่างๆ หลังจากนั้นจะเริ่มเข้าสู่โซนเกี่ยวกับสัตว์ต่างๆ มีทั้งสัตว์สตาฟ สัตว์จำลอง แต่ที่เก๋คือทุกอย่างจะเป็นขนาดเท่าตัวจริงค่ะ

วาฬสีน้ำเงิน สัตว์ที่ตัวใหญ่ที่สุดในโลกในยุคปัจจุบันนี้ จะตัวใหญ่แค่ไหน พูดไปคงไม่เห็นภาพ พามาดูของจริงถึงกับร้องว้าวกันเลยค่ะ

ตัวนี้ดูคล้ายๆ เนสซี่ เจ้าสัตว์ประหลาดลึกลับคอยาวในทะเลสาบเนสส์

ภายในแบ่งหมวดหมู่สัตว์เป็นกลุ่มๆ กวางอยู่กับกวางต่างๆ หมีก็อยู่รวมๆกัน

แมมมอธตัวใหญ่มาก 

สัตว์แบบตัวเป็นๆก็พอมีให้ดูกรุบกริบ

 ห้องไดโนเสาร์ก็มีโครงกระดูก และ ฟอสซิล ทั้งจริงและจำลองมาแสดง

ตรงมุมนี้เจ้า T-Rex และ Oviraptor เคลื่อนไหวและส่งเสียงได้ด้วย เรียกความสนใจจากคนดูได้เยอะมากๆ 

T-Rex มาในสภาพกึ่งนู้ด โชว์ตับไตไส้พุงด้วย

ใครชอบดู Museum  หรือจะพาเด็กๆมาเซียงไฮ้ ไม่อยากให้พลาดเลยค่ะ

ผ่านไป 2-3 ชั่วโมง หมดแรง ชั้นล่างๆเริ่มเดินไม่ไหวแล้ว 

สารภาพเลยว่าเดินไม่ทั่ว เพราะว่าเราหิวมากกกกก ขอมาโบกมือลากันตรงนี้เลย ซึ่งขากลับสามารถขึ้นลิฟท์ไปชั้น 2 ได้เลย แต่คนจะเยอะรอนานนิดนึง

ตามแพลนวันนี้ เราตั้งใจจะไปกินชาบู 6 ดาว ซึ่งอ่านเจอมาจากเพจนึงเค้าบอกว่าอยู่ใกล้ ๆ กันกับพิพิธภัณฑ์นี้ แต่ลองเสิชไปเสิชมา มันไกลแฮะ (เสิร์ชไปคนละสาขา สาขาแถวนี้หาใน Google Map ไม่เจอ) และอาจต้องรอคิวนานดูสภาพร่างกายวันแรกค่อนข้างหมดสภาพแล้วจึงเปลี่ยนใจหาร้านง่ายๆแถวๆนี้กินแทน เราเดินย้อนกลับมาแถวๆ Starbuck ข้ามมาจะเป็นทางลงสถานีรถไฟ มีร้านอาหารเยอะเหมือนกัน ขอฝากท้องเอาแถวนี้ล่ะกัน 

สองแม่ผู้หิวโหย จัดชุดใหญ่เลย 

เป็ดย่าง ไก่ หมูแดง รสชาติดี หรือเพราะหิวก็ไม่แน่ใจ

ผัดถั่วก็กลมกล่อม 

เดินมาเหนื่อยๆได้ซุปร้อนๆกับบะหมี่เกี๊ยวโอเคเลย

อาหารของที่นี่เด็ก ๆ ทานได้สบายค่ะ อยากกินอะไรก็ดูรูปแล้วจิ้มเอา สั่งไม่ยาก แต่สั่งเสร็จแล้วต้องจ่ายเงินทันที เท่าที่กินมายังไม่เจออะไรแย่ ๆ นะคะ วันนี้เข้าห้องน้ำ ยังเจอแต่ห้องน้ำสภาพปกติ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ยังไม่เจอสิ่งที่น่าสะพรึง

ขากลับขอแวะช้อปตามสไตล์นิดหน่อย

จบวันแรกแบบสนุกสนาน กลับเข้าห้องพักนอนหลับเป็นตายเลยค่ะ พรุ่งนี้มีตารางเที่ยววันสุดท้ายในเมืองแล้ว ตามไปเที่ยวด้วยกันต่อนะคะ

Shanghai Day 2 เที่ยวไปกินไปวันสุดท้ายในตัวเมือง เซี่ยงไฮ้

Shanghai Disneyland ไปเหอะแล้วจะชอบ

Toy Story Hotel ขอพื้นที่เล็กๆให้ยังเป็นเด็กอยู่ได้ไหม

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณ ทุกๆท่านที่ติดตามรีวิวของครอบครัว​เรา​นะคะ หวังว่าคงจะมีประโยชน์กับเพื่อนๆ รบกวนฝากไลค์ Facebook Fanpage BLJourney เพจน้องเบลล่า และ Share บทความต่างๆ เพื่อเป็นกำลังใจให้กับ ครอบครัวของเราด้วยนะคะ รีวิวหน้าจะไปที่ไหนกันอย่าลืมมาติดตามชมกันนะ ขอบคุณค่ะ

ขอฝากช่องทางใหม่ ติดต่อ สอบถาม ทริปการเดินทาง ข้อสงสัยต่างๆอย่างรวดเร็ว ทาง Line Official ID ได้เลยค่ะ

เพิ่มเพื่อน

 

Comments

comments

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.