Shanghai ประเทศจีน จะมีที่เที่ยวเซี่ยงไฮ้อะไรบ้าง พาเด็กๆไปไหวมั้ย เดินทางสะดวกมั้ย จะกินอะไรได้หรือเปล่า เพื่อให้รู้ว่าเป็นยังไง เราเลยต้องไปให้รู้ ไปดูให้เห็น ตามไปเที่ยวเมืองใหม่ของจีนด้วยกันนะคะ
ทริปเซี่ยงไฮ้นี้เกิดจากความตั้งใจหลักๆของเราคือการพาเด็กๆไปเที่ยว เซี่ยงไฮ้ Disneyland และไปนอนที่ Toy Story Hotel แต่ไหนๆไปเซี่ยงไฮ้แล้วก็เลยขอเที่ยวในเมืองก่อนสักสองวันนะคะ
รีวิวเที่ยวเซี่ยงไฮ้วันที่สอง เที่ยวไปกินไปร้านดังที่ห้ามพลาด
เราแพลนไว้ว่าจะไปเที่ยวช่วงสงกรานต์ วันหยุดยาว ดังนั้นจึงต้องหาตั๋วเครื่องบินราคาเหมาะๆให้ได้ก่อน ซึ่งสายการบินที่จะไปเซี่ยงไฮ้มีให้บริการหลายสายการบินมากๆ ทั้ง Low Cost และ Full Service บินตรง บินอ้อม มีหมด ราคาก็แตกต่างกันพอสมควร ซึ่งเราก็เช็คหลายๆที่ทั้ง Skyscanner, Traveloga , Google Flight ดูราคาและเวลาบินเป็นหลัก ใครมีโค้ดอะไรก็ใส่ลดๆกันเลยค่ะ
ซึ่งการเดินทางไปเซี่ยงไฮ้ครั้งนี้ เราเดินทางกันด้วยสายการบินแอร์เอเชียเอ็กซ์ ด้วยเครื่องบินแอร์บัส เอ 330-300 ขนาด 377 ที่นั่ง เที่ยวบิน XJ760 ออกจากดอนเมือง 00.15 น. ถึงสนามบินผู่ตง 05.40 น. บินตรงเลย ไม่ต้องต่อเครื่อง ราคาถือว่าโอเค เวลาบินขาไปดีแต่ขากลับไม่ค่อยดีเพราะกลับแต่เช้าตรู่
เราเลือกเดินทางกันในช่วงสงกรานต์ ซึ่งขึ้นชื่อว่าโหด และหินมาก และก็โหดจริงๆ เริ่มตั้งแต่สนามบินกันเลยทีเดียว เราเผื่อเวลาเอาไว้ 3 ชั่วโมง แต่แค่ต่อแถวเช็คอิน ก็กินเวลาไปแล้ว 2 ชั่วโมง กว่าจะผ่านเครื่องเอ็กซเรย์ทั้งหลายก็เหลือเวลาไม่ถึงชั่วโมงให้ช้อปปิ้ง
สำหรับการจัดระเบียบที่นั่งบนเครื่องบินนั้น หม่าม้าเล้งควบลูกสองคนเลย ส่วนป๊าแบงค์ นั่งที่นั่งข้าง ๆ กันที่มีทางเดินกั้น (ใช่ซี้….ให้ป๊าจองตั๋วนิ่) หลับ ๆ ตื่น ๆ กันจนมาถึงสนามบินผู่ตง เซี่ยงไฮ้ ก่อนเวลาเล็กน้อย (เวลาที่เซี่ยงไฮ้ เร็วกว่าเวลาในประเทศไทย 1 ชั่วโมง) ลงเครื่องกันมา เราก็เข้าห้องน้ำกันก่อน กลิ่นบุหรี่นี่เริ่มกันตั้งแต่ในห้องน้ำเลย เหม็นแสบจมูกมาก กว่าจะผ่าน immigration รับกระเป๋ากันออกมาก็ 6 โมงกว่า ๆ แล้ว มา…เราจะพาไปที่พักกัน
สำหรับเพื่อนๆทที่อยากชมเป็นคลิปวีดีโอ ชมได้ที่นี่เลย
การเข้าเมืองเซี่ยงไฮ้ เดินทางได้หลายวิธีด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นแท็กซี่ รถบัส รถไฟใต้ดิน (ที่นั่นเรียกว่า Metro) เราเลือกรถไฟแม่เหล็กความเร็วสูง หรือที่เรียกกันว่า Maglev ซึ่งการจะเดินทางโดยวิธีไหนนั้นไม่ยากเลย เพียงแค่มองป้ายเท่านั้น ในสนามบินมีป้ายทั้งภาษาอังกฤษและจีน ไม่ต้องกลัวว่าจะหลงทางเลย
Maglev คืออะไร
เราเลือกเดินทางเข้าเมืองด้วย Maglev หรือรถไฟพลังแม่เหล็กความเร็วสูงด้วยเหตุผลเดียวสั้น ๆ ง่าย ๆ คือ อยากลอง ค่าโดยสารอยู่ที่ 50 หยวนต่อเที่ยว ใช้เวลาเดินทาง 8 นาทีไปสุดสายที่สถานี Longyang Road (หลงหยางลู่) แล้วต้องนั่ง metro ต่อ ซึ่งถ้าหากว่าเราจะเข้าเมืองด้วย Metro ค่าโดยสารจะอยู่ที่ 6 หยวน ใช้เวลาประมาณ 30 นาที มาถึงสถานี Longyang เช่นกัน แล้วต้องต่อรถ Metro อยู่ดี 

การซื้อตั๋วนั่ง Maglev นี่ไม่ยากเลยค่ะ เคาท์เตอร์จะอยู่ระหว่างทางเดินเชื่อมต่อ terminal และ terminal 2 ซึ่งมันจะมีตารางเวลาด้วย ตอนที่เราไป ซื้อปุ๊บ ก็ได้ขึ้นรถเลย เด็กที่สูงไม่ถึง 130 cm ฟรีจ้า
เจ้า Maglev นี่ทำความเร็วปกติอยู่ที่ 300 กม./ชม. กันเลยทีเดียว และจากตารางเวลา บางรอบนี่ความเร็วพุ่งไปถึง 430 กม./ชม. ตรงหน้าตู้จะมีความเร็วบอกเป็นตัวเลข ดูแล้วลุ้นดีค่ะ ระหว่างที่นั่งอยู่ รู้สึกว่าไม่ได้เร็วเลย แต่แค่ 8 นาทีก็มาถึงสถานี Longyang Rd. แล้ว
พอลงมาต่อ Metro ด้วยความที่เรามากัน 4 ชีวิต เด็ก 2 ผู้ใหญ่ 2 กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ 2 ใบ รถเข็นเด็ก 2 คัน ปัญหาแรกที่เจอเลยก็คือ ช่องทางเข้า Metro แคบมาก แคบแบบพอดีรถเข็น 1 คัน และตัวกั้น ยังเป็นแบบเก่า คือเป็นเหล็กที่ใช้นับคน จะอธิบายยังไงดี เหมือนเหล็กที่กั้นเวลาข้ามเรือข้ามฟาก หรือทางเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตสมัยก่อน ไม่ได้เป็นที่กั้นแบบอัตโนมัติ โชคดีที่รถเข็นของเราพับตรงร่มลงมาได้ไม่ยาก การจะเอาเด็ก ๆ ผ่านช่องนั้น ต้องจับหักร่ม แล้วเข็นเข้าไปทีละคัน แต่ในบางสถานีก็จะมีช่องทางสำหรับผู้พิการนะคะ ก็สามารถใช้ช่องนั้นได้ ใน Metro มีลิฟท์ บางสถานีก็สามารถใช้ได้ตามปกติ แต่ในหลาย ๆ สถานีจะต้องกดอินเตอร์คอมพูดกับเจ้าหน้าที่เพื่อให้เค้าส่งลิฟท์มาให้ จุดนี้มองหน้ากัน คุยภาษามือยังลำบากเลยค่ะ ในสถานีที่ใช้ลิฟท์ไม่ได้ เราก็ขึ้นบันไดเลื่อนเอา

จะหาช่องทางเข้าสำหรับรถเข็น วนหลายรอบแล้วไม่เจอ ก็ต้องปรับตัวนิดนึง
เวลาจะใช้ลิฟท์ให้กดปุ่มแล้วคุยกับเจ้าหน้าที่นะคะ ภาษาจีน Only 
เจอตู่น้ำส้มสีสันสวยงามแวะกดสักหน่อย
อย่าเพิ่งมาม่ากับการนั่งรถเข็นของเด็ก ๆ กันน้า การพาเด็ก ๆ มาเที่ยว เด็กเค้าเดินได้ไม่เยอะเท่าเราหรอกค่ะ วัน ๆ นึงเราเดินกันเป็น 10 กิโลเลย และยังใช้บริการ Metro ตลอด ไม่ได้ใช้แท็กซี่เลย เพื่อไม่ให้ลูก ๆ ต้องเหนื่อยกันจนหมดสนุก เลยแบกรถเข็นมาด้วย ซึ่งมันก็สะดวกดีนะ จะหลับตอนไหนก็ได้ ซึ่งคืนที่ผ่านมาเด็ก ๆ ไม่ได้นอนสบาย ๆ วันนี้เลยเพลียจากการเดินทาง มีหลับบ้าง (ทั้ง ๆ ที่ปกติแบตเต็มตลอดเวลา) และรถเข็นของเราพับเล็กได้ ตอนที่ต้องเปลี่ยนโรงแรม เราก็เก็บเข้ากระเป๋าไปอันนึง กางแค่อันเดียวสำหรับลัลลาเบล สะดวกดีค่ะ

2 คืนแรก เราพักกันที่โรงแรม Hotel Fish Inn Bund ค่ะ อยู่ในย่าน The Bund กลางเมืองกันเลยทีเดียว เดินจากสถานี East Nanjing ประมาณ 500 เมตร ทางออกมีลิฟท์ค่ะ สบายหน่อย
ห้องที่จองเป็นห้องแบบ Duplex มีพื้นที่ให้วิ่งเล่นเยอะเลย (จะไปวิ่งเล่นกันตอนไหนเนี่ย) ชั้นล่างจะมีโซฟา ส่วนชั้นบนก็เป็นเตียงขนาดใหญ่ มีหน้าต่างด้วย ซึ่งลัลลาเบลก็สนุกกับการปีนขึ้น-ลงบันไดท้างคืน มาถึงกันตั้งแต่เช้า เลยยังเช็คอินไม่ได้นะคะ ที่นี่เช็คอินได้ตั้งแต่บ่าย 2 เป็นต้นไป เราเลยฝากกระเป๋า ล้างหน้า แปรงฟัน เปลี่ยนชุด หาข้าวเช้าทาน เตรียมตัวเที่ยวกันต่อเล้ย

ห้องพักถือว่าค่อนข้างใหญ่พอสมควรเลย มีพื้นที่วางของ วางรถเข็นได้สบายๆ ราคาก็อยู่ประมาณคืนละ 3000-4000 บาท
ป่ะ ไปเที่ยวกันดีกว่า
ที่แรกที่เราจะไปก็คือ Shanghai Natural History Museum อันนี้อย่าสับสนกับ Shanghai Museum นะคะ ใน Metro มีป้ายบอก Shanghai Museum ชัดเจน ซึ่งอย่าไปตาม อันนั้นเป็นคนละอันกันกับอันนี้
(ของที่ถูกคือค้องเป็นตึกโค้งๆแบบนี้นะคะ ถ้าจะถามเจ้าหน้าที่ต้องบอกเต็มๆนะ เอารูปให้เค้าดูด้วยก็ได้ค่ะ เพราะที่เซี่ยงไฮ้มี
Museum เยอะมาก และชื่อคล้ายๆกัน )
การเดินทาง: สถานี West Nanjing Station ทางออก 11
ออกจากสถานีแล้ว ไม่มีป้ายบอกจ้า ไม่มีอะไรที่เป็น sign เลยว่าเจ้าพิพิธภัณฑ์นี้มันอยู่ที่ไหน google map ก็ใช้ได้บ้างไม่ได้บ้าง เพราะที่จีนเค้าใช้ baidu map กัน เราเปิดทั้งรูป และเปิด google map แล้วถามทางอยู่หลายคนเหมือนกัน ซึ่งบอกเลยว่า 95% ที่เราไปถามทางเนี่ย น่ารักมาก ถึงแม้ว่าจะไม่รู้ ก็พยายามยามช่วยหา หลายคนเปิดแมพของเค้าให้ดูเลย หลายคนก็โทรถามเพื่อนให้ (อันนี้พูดถึงการถามทางไปที่อื่น ๆ ด้วยนะคะ) จนเรารู้ทางละ ก็เดิน ๆ ๆ ไปเรื่อย ๆ แต่สิ่งที่เราเจอก่อนที่จะเจอพิพิธภัณฑ์ก็คือ Starbucks Reserve Roastery ซึ่งเป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุดในโลก (ในปี 2018) มีพื้นที่ 3 หมื่นตารางฟุต (ใหญ่กว่าสาขาปกติ 300 เท่า) ที่นี่มีบาร์จิบกาแฟที่ยาวที่สุดในโลก และใช้ AR ด้วยนะ (ถ้าเราดาวน์โหลดแอพมา)

การเข้ามาข้างในนี่ไม่ธรรมดาเลย เพราะเค้าจะมีคิวอ้อมไปทางด้านหลังตึกด้วย ส่วนแรกที่เข้ามาถึงแล้วเจอเลยคือ Main bar สั่งได้ทั้งกาแฟและเบเกอรี่ ด้านในที่เรียกว่า Roasting Area จะมีการคั่วกาแฟให้ชมกันได้อย่างใกล้ชิด และมีบาร์ให้นั่งดูได้แบบติดจอเลย สองสาวสนใจมาก ซึ่งเมล็ดกาแฟที่คั่วนี้ นำมาใช้ในร้านกันทันที เวลาที่เค้าเปิดเครื่อง จะมีเสียงดูดเมล็ดขึ้นไปด้านบนเพื่อบรรจุ เด็ก ๆ ได้ดูอยู่หลายรอบเลยค่ะ

ด้านบนจะมีโซน Teavana และ Coldbrew ที่มีตัวอย่างแจกให้ลูกค้าได้ลองชิมกันได้ แต่ก็นะ เรายังไม่อิน Teavana เลยไม่ได้ลอง ห้องน้ำก็จะอยู่ที่ชั้นบนเช่นกัน ซึ่งแนะนำเลยถ้าเราอยากจะเข้าห้องน้ำ ที่นี่เป็นห้องน้ำปกติ เข้าได้ค่ะ

ไหนๆมาถึงแล้วก็เลยถือโอกาสชิมขนม เป็นมื้อเที่ยงไปเลย
เมื่ออิ่มแล้วก็เดินกันต่อค่ะ เดินอีกไม่ไกลก็ถึงพิพิธภัณฑ์ทางธรรมชาติแห่งชาติ (Shanghai Natural History Museum) จะเห็นป้ายและสวนสาธารณะแบบนี้ เดินเข้าไปเลยค่ะ เรามาถูกทางแล้ว

Shanghai Natural History Museum เป็นแหล่งให้ความรู้เกี่ยวกับสัตว์ตั้งแต่ยุคไดโนเสาร์ จนถึงสัตว์ปัจจุบัน มีทั้งสัตว์สตาฟและสัตว์จำลอง ไดโนเสาร์ที่นี่ขยับและส่งเสียงได้ด้วยนะ
ค่าเข้าผู้ใหญ่ คนละ 30 หยวน เด็กต่ำกว่า 18 ปี 12 หบวน ต่ำกว่า 130 cm ฟรีค่ะ 
การจัดแสดงแยกเป็นโซน ๆ อย่างชัดเจนค่ะ เด็ก ๆ ไม่งงแน่นอน เด็ก ๆ ชอบกันมาก ๆ
ภายในอาคารกว้างมาก พื้นที่จัดแสดงกว่า 45000 ตารางเมตร โมเดลรวมๆมากกว่า 11000 ตัว ชิ้นงานแสดงมากกว่า 2800000 ชิ้น โดยทางเข้าจะอยู่ที่ชั้น 2 แล้วเดินไล่ลงมาเรื่อยๆทีละชั้นจนมาถึงล่างสุดรวม 5 ชั้น
ชั้นบนสุดชั้น 2 จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการเริ่มต้นของทุกสิ่งบนโลก ต่อมาจะเป็นชั้น 1 ส่วนจัดแสดงสัตว์ต่างๆตั้งแต่ยุคอดีต มาจนถึงยุคปัจจุบัน ในชั้น B1 จะจัดแสดงเกี่ยวกับซากไดโนเสาร์ ฟอสซิสต่างๆ และชั้น B2M เป็นเรื่องราวตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันของเซี่ยงไฮ้ ชั้น B2 ชั้นล่างสุด จะเป็นส่วนแสดง รวมๆหลายๆอย่างทั้งสัตว์พวกนก และ แมลง รัง แหล่งที่อยู่ คุณสมบัติ ลักษณะเฉพาะ รวมไปถึง แร่ธาตุ วิวัฒนาการมนุษย์ และสัตว์ และมีส่วนจัดแสดงจำลองบรรยากาศในทุ่งหญ้าแอฟริกันด้วย (แสดงเป็นรอบๆ )
เข้ามาถึงปุ้ปจะเจอเรื่องเกี่ยวกับดวงดาว การเกิดโลก และจักรวาล รวมถึง กล้องดูดาวในสมัยต่างๆ
หลังจากนั้นจะเริ่มเข้าสู่โซนเกี่ยวกับสัตว์ต่างๆ มีทั้งสัตว์สตาฟ สัตว์จำลอง แต่ที่เก๋คือทุกอย่างจะเป็นขนาดเท่าตัวจริงค่ะ
วาฬสีน้ำเงิน สัตว์ที่ตัวใหญ่ที่สุดในโลกในยุคปัจจุบันนี้ จะตัวใหญ่แค่ไหน พูดไปคงไม่เห็นภาพ พามาดูของจริงถึงกับร้องว้าวกันเลยค่ะ
ตัวนี้ดูคล้ายๆ เนสซี่ เจ้าสัตว์ประหลาดลึกลับคอยาวในทะเลสาบเนสส์
ภายในแบ่งหมวดหมู่สัตว์เป็นกลุ่มๆ กวางอยู่กับกวางต่างๆ หมีก็อยู่รวมๆกัน
สัตว์แบบตัวเป็นๆก็พอมีให้ดูกรุบกริบ
ห้องไดโนเสาร์ก็มีโครงกระดูก และ ฟอสซิล ทั้งจริงและจำลองมาแสดง
ตรงมุมนี้เจ้า T-Rex และ Oviraptor เคลื่อนไหวและส่งเสียงได้ด้วย เรียกความสนใจจากคนดูได้เยอะมากๆ 



T-Rex มาในสภาพกึ่งนู้ด โชว์ตับไตไส้พุงด้วย

ใครชอบดู Museum หรือจะพาเด็กๆมาเซียงไฮ้ ไม่อยากให้พลาดเลยค่ะ
ผ่านไป 2-3 ชั่วโมง หมดแรง ชั้นล่างๆเริ่มเดินไม่ไหวแล้ว

สารภาพเลยว่าเดินไม่ทั่ว เพราะว่าเราหิวมากกกกก ขอมาโบกมือลากันตรงนี้เลย ซึ่งขากลับสามารถขึ้นลิฟท์ไปชั้น 2 ได้เลย แต่คนจะเยอะรอนานนิดนึง
ตามแพลนวันนี้ เราตั้งใจจะไปกินชาบู 6 ดาว ซึ่งอ่านเจอมาจากเพจนึงเค้าบอกว่าอยู่ใกล้ ๆ กันกับพิพิธภัณฑ์นี้ แต่ลองเสิชไปเสิชมา มันไกลแฮะ (เสิร์ชไปคนละสาขา สาขาแถวนี้หาใน Google Map ไม่เจอ) และอาจต้องรอคิวนานดูสภาพร่างกายวันแรกค่อนข้างหมดสภาพแล้วจึงเปลี่ยนใจหาร้านง่ายๆแถวๆนี้กินแทน เราเดินย้อนกลับมาแถวๆ Starbuck ข้ามมาจะเป็นทางลงสถานีรถไฟ มีร้านอาหารเยอะเหมือนกัน ขอฝากท้องเอาแถวนี้ล่ะกัน 
เป็ดย่าง ไก่ หมูแดง รสชาติดี หรือเพราะหิวก็ไม่แน่ใจ

เดินมาเหนื่อยๆได้ซุปร้อนๆกับบะหมี่เกี๊ยวโอเคเลย 
อาหารของที่นี่เด็ก ๆ ทานได้สบายค่ะ อยากกินอะไรก็ดูรูปแล้วจิ้มเอา สั่งไม่ยาก แต่สั่งเสร็จแล้วต้องจ่ายเงินทันที เท่าที่กินมายังไม่เจออะไรแย่ ๆ นะคะ วันนี้เข้าห้องน้ำ ยังเจอแต่ห้องน้ำสภาพปกติ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ยังไม่เจอสิ่งที่น่าสะพรึง
ขากลับขอแวะช้อปตามสไตล์นิดหน่อย


จบวันแรกแบบสนุกสนาน กลับเข้าห้องพักนอนหลับเป็นตายเลยค่ะ พรุ่งนี้มีตารางเที่ยววันสุดท้ายในเมืองแล้ว ตามไปเที่ยวด้วยกันต่อนะคะ
Shanghai Day 2 เที่ยวไปกินไปวันสุดท้ายในตัวเมือง เซี่ยงไฮ้
Shanghai Disneyland ไปเหอะแล้วจะชอบ
Toy Story Hotel ขอพื้นที่เล็กๆให้ยังเป็นเด็กอยู่ได้ไหม
สุดท้ายนี้ขอขอบคุณ ทุกๆท่านที่ติดตามรีวิวของครอบครัวเรานะคะ หวังว่าคงจะมีประโยชน์กับเพื่อนๆ รบกวนฝากไลค์ Facebook Fanpage BLJourney เพจน้องเบลล่า และ Share บทความต่างๆ เพื่อเป็นกำลังใจให้กับ ครอบครัวของเราด้วยนะคะ รีวิวหน้าจะไปที่ไหนกันอย่าลืมมาติดตามชมกันนะ ขอบคุณค่ะ
ขอฝากช่องทางใหม่ ติดต่อ สอบถาม ทริปการเดินทาง ข้อสงสัยต่างๆอย่างรวดเร็ว ทาง Line Official ID ได้เลยค่ะ










































