b&L family, Bella, Bljourney, Family, pantip, Review, The Journey of B&L Family, ครอบครัว, คู่รัก, บทความครอบครัว, พันทิพ, พาลูกเที่ยว, รีวิว, ห้ามพลาด, อร่อย, เที่ยวแบบครอบครัว, แม่และเด็ก, พันทิป, traveloka , ทราเวลโลก้า , ท่องเที่ยวด้วยตัวเอง , สิงคโปร์ , เที่ยวสิงคโปร์ด้วยตัวเอง , พาลูกเที่ยวสิงคโปร์ , Sea Wheel Travel , การเดินทาง, S.E.A. Aquarium , South East Asia Aquarium , ดูปลา , อควอเรียม , Resort World Sentosa , Merlion , การท่องเที่ยวแห่งสิงคโปร์ , เมอร์ไลออน , เมอร์ไลออน 5 ตัว , The True Merlion Tower , Singapore Flyer , Fountain of Wealth , Garden by the Bay , Super tree Grove , Bayfront , Garden Rhapsody , Marina Bay Sands , Duck Tours , Hippo Hop on ,วัดพระเขี้ยวแก้ว , Chinatown , Buddha Tooth Relic Temple and Museum , Ocean Restaurant by Cat Cora, Ocean Restaurant , HarbourFront , Vivo City , Under Water World , Aquarium , Universal Studios

พาลูกเที่ยวสิงคโปร์ไม่ต้องโปรก็เที่ยวเองได้

  1. เมื่อนึกถึงประเทศที่ไปเที่ยวง่ายๆ อยู่ใกล้ๆเมืองไทย สิงคโปร์น่าจะเป็นหนึ่งในตัวเลือกของเพื่อนๆแน่นอน ครอบครัวเราก็ได้มีโอกาสไปเที่ยวสิงคโปร์มาหลายครั้ง จึงขอถือโอกาสนี้มาแชร์ประสบการณ์ สถานที่เที่ยวที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการพาเด็กๆไปเที่ยวกันครับ ถ้าพร้อมแล้วก็ไปชมรีวิวกันเลยครับ

สิงคโปร์ ประเทศเล็กๆทางตอนใต้ของบ้านเรา ถึงจะเป็นเกาะเล็กๆแต่ก็เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญของภูมิภาคนี้ มีความผสมผสานทางวัฒนธรรมของผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ เรียกได้ว่ามาเที่ยวสิงคโปร์ประเทศเดียวเหมือนได้ไปเที่ยวหลายๆประเทศเลย

โดยในรีวิวนี้ผมจะรวบรวมสถานที่ท่องเที่ยว
ที่น่าสนใจ สำหรับการไปเที่ยวสิงคโปร์ด้วย
ตัวเอง โดยเฉพาะครอบครัวที่จะพาเด็กๆ
ไปเที่ยวนะครับ

ซึ่งก่อนที่เราจะไปเที่ยวกัน ผมขอแนะนำสถานที่ซื้อตั๋วสถานที่ท่องเที่ยวราคาพิเศษๆกันก่อนครับ ซึ่งก็คือ Sea Wheel Travel PTE นั่นเองครับ

Sea Wheel Travel PTE จะเป็นลักษณะ เอเจนซี่ท่องเที่ยว ขายตั๋วในราคาถูก มากๆ โดยราคาที่ Sea Wheel ขายจะถูกกว่าราคาปกติที่ซื้อตามที่เที่ยว หรือ ซื้อจากเอเจนซี่ที่เมืองไทยครับ (ตัวใบราคาทางร้านไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปมาครับ)

ขอยกราคาตัวอย่างจากปี 2016 ครับ ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้แต่ก็ยังถูกกว่าราคาปกติครับ

  • Universal จากปกติ 74เหรียญ ลดเหลือ 65 เหรียญ
  • S.EA Aquarium  จากปกติ 33 เหรียญ ลดเหลือ 22 เหรียญ
  • Singapore Flyer  จากปกติ 33 เหรียญ ลดเหลือ 20 เหรียญ
  • Garden by the Bay จากปกติ 28 เหรียญ ลดเหลือ 20 เหรียญ
  • Lego Land ที่ มาเลเซียก็ยังลด จากปกติ 140 RM ลดเหลือ 38 เหรียญ

การเดินทางก็ง่ายๆครับ
1. มาลงที่สถานี MRT Chinatown
2. มองหาป้าย People’s Park Centre (ดูชื่อตึกดีๆนะครับ แถวๆย่านนี้ชื่อตึกจะคล้ายๆกันอาจไปผิดที่ได้)
3. ขึ้นลิฟท์ไปชั้น 3 ก็จะเห็นร้านสีเขียวๆตามรูปด้านบนครับ

Sea Wheel Travel PTE Ltd
เวลาเปิด – ปิด : จันทร์ – ศุกร์ 9.00 – 20.00 น.
และ เสาร์ – อาทิตย์ 9.00 – 18.00 น.
เบอร์โทร : (65) 6538 5557
เวบไซต์ : www.seawheel.com.sg
Facebook : www.facebook.com/SeaWheelTravel
ที่อยู่ : 101 Upper Cross Street, People’s Park Centre, ชั้น 3 #03-61, Chinatown Singapore 058357

ได้ตั๋วกันแล้วก็ไปเที่ยวกัน สถานที่แรกเอาใจเด็กๆกันก่อน กับ S.E.A. Aquarium เด็กๆกับปลาเป็นของคู่กันครับ

S.E.A. Aquarium หรือ South East Asia Aquarium เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำทางทะเล
ที่มีขนาดใหญ่มากๆครับ

ภายในมีสัตว์น้ำ มากกว่า 800 สายพันธุ์
จำนวนมากกว่า 100,000 ตัว

โดยตั้งอยู่ในโซนของ Marine Life Park
ภายใน Resort World Sentosa

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำทางทะเล S.E.A. Aquarium เปิดให้เข้าชมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-18.00 น. ครับ 

โดยทางเข้าจะสิ่งแรกที่เราจะเจอก็คือ พิพิธภัณฑ์เรือเดินสมุทร (Marine Experiential Museum) เรื่องราวของเส้นทางของการขนส่งสินค้า ขายสินค้าทางเรือในสมัยก่อน พอผ่านมาด้านในจะมีโซนต่างๆ ทั้งหมดอีก10 โซนแบ่งตามภูมิภาคและระบบนิเวศของสิ่งมีชีวิตใต้น้ำ 

สำหรับครอบครัวไหน อยากสัมผัสเหล่าปลาทั้งหลายแบบใกล้ชิดก็สามารถมาทานอาหารที่ Ocean Restaurant by Cat Cora ได้ครับ กินข้าวไปดูปลาไป โดยอาหารจะมีทั้งแบบสั่งเป็นจานและเป็นเซ็ตครับ ราคาก็สูงพอสมควร

สำหรับการเดินทางสู่ S.E.A. Aquarium สามารถมาได้ทั้งรถไฟฟ้า รถเมล์ หรือ แทกซี่ก็ได้ครับ

ถ้านั่งรถไฟฟ้าก็ลงที่สถานี HarbourFront (CC29/NE1)
มาที่ห้าง Vivo City ขึ้นไปชั้น 3 เพื่อนั่ง Monorail ไปลงที่สถานี Waterfront ซึ่งเป็นสถานีเดียวกันกับ Universal Studios Singapore ได้เลยครับ

นอกจาก S.E.A. Aquarium หลายๆคนอาจลืมไปว่าสมัยก่อนสิงคโปร์ได้มี Aquarium อีกทีหนึ่งครับซึ่งก็คือ Under Water World ซึ่งเราได้มีโอกาสไปเที่ยวมาเหมือนกันครับUnderwater World ในอดีตคือพิพิธภัณฑ์แสดงสัตว์น้ำขนาดใหญ่ของภูมิภาคนี้เลยครับ เปิดให้บริการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 ซึ่งภายใน Underwater World แห่งนี้มีสัตว์น้ำให้ดูมากถึง 2,500 ตัว จากกว่า 250 สายพันธ์

การเดินทางการเดินทางสู่ Underwater World สามารถใช้บริการรถบัสฟรีที่ให้บริการนักท่องเที่ยวบนเกาะเซ็นโตซ่าสายสีน้ำเงิน และ สายสีแดง ลงที่สถานี Underwater World ได้เลยครับ

และในโซนด้านในขะพบกับพื้นที่สำหรับการแสดงปลาโลมาสีชมพู หรือ Pink Dolphins และแมวน้ำ ให้ได้ชมพอกรุบกริบ (ผมไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่)

ถ้าใครต้องการลงไปว่ายน้ำกับปลาโลมาก็สามารถซื้อบัตรพิเศษเพิ่มได้ครับ

Universal Studios ก็คือเป้าหมายต่อไปครับ ดินแดนที่จะย้อนวัยของทุกๆคนให้ไปเป็นเด็กอีกครั้ง ทั้งเครื่องเล่นมากมาย มุมถ่ายรูปสวยๆเก๋ๆ การแสดงของตัวการ์ตูนต่างๆ เราสามารถใช้เวลาอยู่ที่นี่ได้ทั้งวันแบบสบายๆเลยครับ

Universal Studios Singapore หรือ เรียกย่อๆ ว่า USS เป็นสวนสนุกในเครือ Universal Studios ที่โด่งดังมากทั้งในอเมริกา และ ญี่ปุ่น พอมาเปิดที่สิงคโปร์ จึงได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

การเดินทางก็เหมือนกับเวลาที่เราเดินทางมา S.E.A. Aquarium เลยครับ มาต่อ Monorail ที่ ห้าง Vivo City สถานี HarbourFront (CC29/NE1) ซึ่งถ้ามาหลายๆคนผมว่านั่งแทกซี่ก็อาจจะพอๆกันครับ แต่สะดวกกว่าเยอะเลย

สำหรับตั๋ว Universal Studios Singapore ลองเช็คราคาจากเอเจนซี่ที่เมืองไทยไป กับ เช็คราคาจาก Sea Wheel ดูครับ ถูกกว่าซื้อข้างหน้าแน่นอน

 โดยภายใน USS จะมีทั้งหมด 7 โซน เริ่มตั้งแต่ โซน Hollywood, New York, Sci Fi City, Ancient Egypt, Lost World, Far Far Away ,  Madagascar

ถ้าดูขนาดตัวพื้นที่อาจจะไม่ได้ใหญ่เหมือนอเมริกา หรือ ญี่ปุ่น แต่ก็สามารถให้เราได้ใช้เวลาสนุกสนานกันได้ทั้งวันครับ ถ้ามีเวลา ผมว่าเที่ยวที่นี่เต็มวันก็ดีครับ ไม่ต้องรีบ 

สถานที่เที่ยวต่อมา มาสิงคโปร์ทั้งทีต้องมาเช็คอินที่ Merlion กันหน่อย 

ทำไมต้องเป็น Merlion

“Mer” แปลว่า “ทะเล” และ “lion” แปลว่า “สิงโต” ครั้งหนึ่งในอดีตที่ตั้งของประเทศสิงคโปร์เคยเป็นที่รู้จักในชื่อ ว่า “Temasek” ในภาษาชวา แปลกว่า “เมืองแห่งทะเล” (Sea Town) ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นชื่อ “Singapura” หรือ “เหมือนแห่งสิงโต” หลังจาก เจ้าชาย Sang Nila Utama จากปาเล็มบังในเกาะสุมาตรามาค้นพบเกาะแห่งนี้และเห็นสัตว์รูปร่างคล้ายสิงโตยืนอยู่บนหน้าผาและมองลงมายังทะเล นับแต่นั้นที่ตรงนี้ก็ถูกเรียกว่า “เมืองแห่งสิงโต” เจ้าสิงโตเลยกลายมาเป็น Merlion ที่มีหัวเป็นสิงโตและหางเป็นปลาเพื่อระลึกว่าครั้งหนึ่งเกาะ Temasek เป็นเพียงแค่ชุมชนชาวประมงเท่านั้น

ซึ่งแต่เดิม Merlion ถูกออกแบบให้เป็นสัญลักษณ์ของการท่องเที่ยวแห่งสิงคโปร์ (Singapore Tourism Board) ก่อนจะกลายมาเป็นสัญลักษณ์ของประเทศในที่สุด

โดยรูปปั้นเมอร์ไลออน ในปัจจุบันทั่ว สิงคโปร์ มีทั้งหมด 5 ตัว แต่ที่คนรู้จักกัน
จะมี 3 ตัว ซึ่ง 2 ตัว ตั้งอยู่ที่บริเวณปากอ่าวมาริน่า บริเวณเมอร์ไลออนปาร์ค ซึ่งเมอร์ไลออนตัวใหญ่หันหน้าออกสู่ทะเล และ
เมอร์ไลออนตัวเล็กตั้งอยู่ในปาร์ค หันหน้าเข้าตัวเมืองสิงคโปร์ และอีกตัวคือตัวใหญ่ ที่เกาะเซ็นโตซ่าครับ

วิธีเดินทางไป เมอร์ไลออนปาร์ค Merlion Park 

นั่งรถไฟ mrt สายสีแดง หรือ สีเขียว มาลงที่ สถานี Raffles Place แล้วเดินตามป้ายมายัง One Fullerton วิธีเดินมีสองทาง

  • เดินมายังโรงแรม Fullerton แล้วลงมาที่ทางเชื่อมใต้ดินเพื่อข้ามมายังฝั่ง One Fullerton ที่เป็นโซนร้านอาหาร ร้านกาแฟริมอ่าว อันเป็นส่วนหนึ่งของ Merlion Park
  • เดินข้างๆ โรงแรม Fullerton มายังถนน Fullerton ผ่านหน้าโรงแรมไปยังถนนใต้สะพานเพื่อเดินลอดเชื่อมไปยัง Merlion ได้เลย

สำหรับเมอร์ไลออนตัวใหญ่ยักษ์ตัวนี้ชื่อว่า The True Merlion Tower ซึ่งตั้งอยู่ที่เกาะเซ็นโตซ่า  มีความสูงถึง 37 เมตร

ภายในตัวสิงโตจะถูกแบ่งออกเป็นทั้งหมด 12 ชั้น แต่มี 3 ชั้นที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเดินได้ คือ ชั้นล่างจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับ Merlion ซึ่งจะมีร้านขายของ ขายสินค้าที่ระลึกและอาหารฟาสต์ฟู้ด ให้เดินชม ถ่ายรูปกันได้ตามสบาย

ถัดมาเป็นชั้น 9 ให้นักท่องเที่ยวเดินไปชมวิวตรงบริเวณปากของสิงโต

และ ชั้นบนสุดคือชั้น 12 เป็นเป็นจุดชมทัศนียภาพความสวยงามของเกาะเซ็นโตซ่า ซึ่งการเข้าไปภายในของเจ้า เมอร์ไลอ้อนยักษ์จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนะครับ

พาไปดูมา 3 ตัว แล้ว อีก 2 ตัว เราไม่ได้ไปนะครับ ถ้าใครสนใจก็สามารถไปชมได้ที่ หน้าที่ทำการท่องเที่ยวสิงคโปร์ ถนน Grange Road และอีกตัวอยู่บนเขา Mount Faber

Singapore Flyer หลายๆคนบอกมาสิงคโปร์ต้องมาชมวิวบนนี้ ยิ่งมีเด็กๆนี่ไม่ต้องบอกเลยว่าเด็กๆจะชอบขนาดไหน

ด้วยความสูงเทียบเท่ากับอาคาร 42 ชั้น หรือ ประมาณ 165 เมตร ทำให้ชิงช้าสวรรค์ หรือ Singapore Flyer กลายเป็นชิงช้าสวรรค์ที่มีความสูงมากที่สุดในโลกโดยใน 1 รอบ ของการนั่ง Singapore Flyer จะใช้เวลาประมาณ 30 นาที นั่งชมวิวสวยๆกันไปเพลินๆ

หากวันไหนฟ้าเปิดๆ เราก็จะเห็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อันเป็นสัญลักษณ์สำคัญ และวิวทิวทัศน์อันงดงามตั้งแต่อ่าวมารีน่า เบย์ไปจนถึงแม่น้ำสิงคโปร์ อาทิ ราฟเฟิลส์ เพลซ (Raffles Place)เมอร์ไลออน พาร์ค (Merlion Park) เอ็มเพรสเพลส (Empress Place) และปาดัง (Padang)
สนามบินชางงี หรือ เกาะเซ็นโตซ่า เลยทีเดียว

โดย Singapore Flyer จะเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 08.30-22.30 น.

Fountain of Wealth น้ำพุแห่งความมั่งคั่ง คือสถานที่ที่เราจะไปเที่ยวกันต่อ ซึ่ง Fountain of Wealth  ถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์แห่งโชคลาภของประเทศสิงคโปร์ที่นักท่องเที่ยวที่มาเยือนต้องมารับพลังน้ำแห่งความร่ำรวยกัน 

Fountain of Wealth ได้รับการบันทึกในกินเนสบุ้คเมื่อปี 1998 ว่าเป็นน้ำพุที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งมีความเชื่อที่ว่า หากใครได้สัมผัสน้ำในน้ำพุแห่งนี้ ก็จะมีโชคลาภ รวมถึงมีโชคดีตลอดปีและตลอดไป

โดยจะมีการเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปขอพรได้เป็นรอบๆนะครับ เมื่อไปถึงน้ำพุก็ให้อธิษฐานแล้วเอามือแตะน้ำพุเดินวน 3 รอบ ก็เรียบร้อย

และในช่วงกลางคืนที่นี่จะมีการแสดงน้ำพุประกอบแสงเลเซอร์ และเสียงเพลงให้ชมกันครับ ซึ่งจะมีให้ได้ชมกันทุกวัน วันละ 3 รอบ ในเวลา 20.00 น, 20.30 น และ 21.00 น. ถ้ามีโอกาสมาช่วงเย็นๆก็อย่าลืมอยู่ชมความสวยงามนะครับ

วิธีเดินทาง:

  • MRT Esplanade เดินเข้าไปในตัวตึก Suntec City และเดินตามป้ายบอกทางมายัง Fountain of Wealth
  • MRT City Hall เดินเลี้ยวขวามาทาง City Link Mall ที่เป็นห้างใต้ดินเชื่อมต่อไปยัง MRT Esplanade แล้วเดินตามป้ายไปยัง Suntec City พอถึง Suntec City ให้เดินตามป้ายบอกทางไปยัง Fountain of Wealth

Garden by the Bay สวนพฤกษศาสตร์ริมอ่าว Marina Bay คืออีกหนึ่งไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด เวลามาเที่ยวสิงคโปร์ครับ

สวนแห่งนี้มีความโดดเด่นหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรม พันธุ์ไม้นาๆ ชนิดจากทั่วทุกมุมโลก ทั้งพืชทะเลทราย พืชเมืองหนาว พืชที่อยู่บนดอยสูงระดับ 2,000 เมตรจากน้ำทะเล อย่างเช่นกุหลาบพันปี มีการทำโดมปรับอากาศเรือนกระจกรูปทรงเปลือกหอยที่ใหญ่ที่สุดในโลก ถึง 2 โดม โดยไม่มีเสาค้ำยันภายในโดม ขนาดใหญ่ 2.2 และ 1.5 เท่าของสนามฟุตบอล 

นอกจากนี้ก็ยังมีกลุ่มต้นไม้ยักษ์ Super tree Grove จำนวน 18 ต้นเป็นรูปแบบของสวนแนวตั้งที่มีความสูงถึง 25-50 เมตร หรือประมาณตึก 16 ชั้น มองเห็นได้ในระยะไกล ที่ด้านบนของต้นไม้ยักษ์มีการติด Solar cell เพื่อใช้เก็บเป็นพลังงานส่องสว่างในเวลากลางคืน นักท่องเที่ยวจะชอบมาถ่ายรูปสวยๆช่วงทไวไลท์ หรือ เย็นๆครับ

การเดินทางไปยัง Gardens by the Bay

นั่งรถไฟฟ้าสาย Circle Lineไปลงสถานี MRT Bayfront ทางออก Gardens by the Bay

หลังจากที่ออกจากรถไฟฟ้าก็จะเจอกับทางเข้าสวน สามารถเดินเข้าไปข้างในได้เลยครับ ใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที แต่ผมว่าเราซื้อตั๋วนั่ง Shuttle Service เข้าไปดีกว่าครับ ข้างในยังมีพื้นที่ให้ได้เดินอีกเยอะมาก รถจะไปจอดที่หน้าทางเข้าโดมดอกไม้ (ไม่จอดรายทาง) ส่วนขากลับก็จะจะจอดจุดเดียวกับที่ขึ้น ใกล้ๆ กับ ทางลงไป MRT Bayfront

Garden Rhapsody (OCBC Light and Sound Show)

สำหรับเพื่อนๆที่มีเวลาในช่วงเย็นๆ ผมแนะนำให้มาดูการแสดง แสง สี ของกลุ่มต้นไม้ Supertree ใน Gardens by the Bay ประกอบจังหวะกับเพลง Rainforest Orchestra – Australasia และ Oceania สามารถเข้าชมได้ฟรี มีการแสดงวันละ 2 รอบ ครั้งละ 15 นาทีครับ โดยจะแสดงในเวลา 19.45 และ 20.45 น.

Marina Bay Sands Singapore อาคารที่รวมความเป็นที่สุดของ สิงคโปร์ ไว้เลยครับ ด้วยรูปทรงที่สวยงามของอาคาร และ ทัศนียภาพต่างๆของห้องพัก และ สระน้ำด้านบน ด้านล่างมีศูนย์อาหารที่รวมของอร่อยๆ ร้านอาหาร ดังๆของ สิงคโปร์ ไว้ให้แล้ว และยังมี คาสิโนขนาดใหญ่ไว้รองรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย จึงทำให้ Marina Bay Sands Singapore เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและที่พักยอดนิยมของนักท่องเที่ยวเลยครับ

และในช่วงกลางคืนของทุกคืน ที่ Marina Bay Sands จะมีการแสดง แสง สี เสียง เลเซอร์ ชื่อว่า Wonder Full ซึ่งจะเป็นการแสดงน้ำพุ และ ยิงแสงเลเซอร์ เป็นเรื่องราวต่างๆ ผ่านม่านน้ำพุ ที่บริเวณอ่าว Marina Bay โดยการแสดงจะมีทุกวัน (ถ้าสภาพอากาศเอื้ออำนวย)
เวลารอบแสดง
วันอาทิตย์ – วันพฤหัส : 8pm , 9:30pm
วันศุกร์ – เสาร์ : 8pm , 9:30pm , 11:00pm

Duck Tours ทัวร์สะเทิ้นน้ำ สะเทิ้นบก เที่ยวทั้งบนถนนและในน้ำ ในคราวเดียวกัน 

โดยเพื่อนๆ ที่ต้องการเดินทางไป Singapore Flyer หลังจากใช้บริการ  Duck Tours แล้ว สามารถต่อรถ Hippo Hop on – Hop off สาย CITY Route เท่านั้น ไปลงที่ Singapore Flyer ฟรี เพียงโชว์บัตร Boarding Pass ครับ

ถ้าใครยังไม่มีตั๋วก็มาซื้อที่นี่ได้เลยครับ แต่เราซื้อที่ Sea Wheel มาเรียบร้อยแล้ว

ไหนๆจะมาขึ้น Duck Tours ก็ต้องมีพร๊อพกันนิดนึง นกหวีดเสียงเป็ดน่ารักมากๆนั่งชมวิวกันเพลินๆครับ ประมาณ 1 ชั่วโมง และก็จะวนกลับมาขึ้นฝั่ง วิ่งกลับไปจอดที่เดิม  โดยจะให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 10 โมงเช้า – 6 โมงเย็น  ออกเดินทางทุกๆ 1 ชั่วโมงครับ

วัดพระเขี้ยวแก้ว  Buddha Tooth Relic Temple and Museum สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่ในย่านไชน่าทาวน์  นอกจากจะมีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่สวยงามแล้ว ยังเป็นสถานที่ประดิษฐานของพระทันตธาตุ หรือ ฟัน ของพระพุทธเจ้า ไว้ครับ วิธีการเดินทาง ไปทาง MRT ได้โดยลงที่สถานี Chinatown หรือ ลงที่สถานี Tanjong Pagar ก็ได้ครับการเข้าชมวัดพระเขี้ยวแก้วจะต้องแต่งการให้เรียบร้อยห้ามใส่กางเกงขาสั้นรวมทั้ง เสื้อกล้ามหรือเสื้อแขนกุด นะครับ โดยการเข้าชมจะไม่มีค่าใช้จ่ายครับ 

เอาจริงๆยังมีสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับครอบครัว สำหรับเด็กๆ อีกมากมายเลยครับ ทั้งสวนน้ำ Adventure Cove Waterpark , River Safari , The Science Centre Singapore หรือ สวนนกจูร่ง หรือจะข้ามไปยัง Lego Land ฝั่งมาเลเซียก็เป็นสถานที่ที่เด็กๆน่าจะชอบครับ ไว้มีโอกาสผมอาจจะได้ไปเก็บบรรยากาศรีวิวมาฝากเพื่อนๆครับ

อ่านมาถึงตรงนี้ผมว่าเพื่อนๆน่าจะสนใจและมีคำถามว่าจะหาโปรโมชั่นที่พักและสายการบินได้ที่ไหน ผมแนะนำให้ลองดูที่นี่เลยครับ 

ตั๋วเครื่องบินไปสิงคโปร์ราคาพิเศษ >>https://www.traveloka.com/th-th/flight/to/Singapore.SIN/1

ที่พักสิงค์โปร์แบบโดนๆ
>>
https://www.traveloka.com/th-th/hotel/singapore/region/singapore-107493

หากไม่เข้าใจวิธีการจอง และการใช้โค้ดส่วนลดพิเศษเพิ่มเติม สามารถดูได้ที่ 8 ข้อดีที่ใครๆก็ถูกใจ และ วิธีใช้แอพ Traveloka แบบคุ้มค่าสุดๆ

ผมขอจบรีวิวที่เที่ยว สิงคโปร์ ไว้ที่ตรงนี้ แต่ ยังมีรีวิวที่กินที่พัก ร้านเด็ดๆในสิงคโปร์ มาฝากในตอนต่อไปนะครับ

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณ ทุกๆท่านที่ติดตามรีวิวของผม นะครับ หวังว่าคงจะมีประโยชน์กับท่านนะครับ รบกวนฝากไลค์ Facebook Fanpage B&L Family เพจน้องเบลล่า และ Share บทความต่างๆ เพื่อเป็นกำลังใจให้กับ ครอบครัวของเราด้วยครับ รีวิวหน้าจะไปที่ไหนกันอย่าลืมมาติดตามชมกันนะครับ ขอบคุณมากๆครับ

ขอฝากช่องทางใหม่ ติดต่อ สอบถาม ทริปการเดินทาง ข้อสงสัยต่างๆอย่างรวดเร็ว ทาง Line Official ID ได้เลยครับ

เพิ่มเพื่อน

 

Comments

comments

One thought on “พาลูกเที่ยวสิงคโปร์ไม่ต้องโปรก็เที่ยวเองได้”

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.