20 เมือง ตากอากาศ ชื่อดังระดับโลก ไม่ควรพลาด

ตากอากาศ , ยุโรป, อเมริกา, ออสเตรเลีย, เอเชีย , traveloka , แอฟริกาใต้ , สหรัฐอเมริกา , พาลูกเที่ยว , ทะเล , โรแมนติค , ฮันนีมูน , honeymoon , bljourney , ซานโตรีนี , บาหลี , ดานัง , เวียดนาม , ฟิจิ , เที่ยวทะเล , ส่วนลด , ราคาถูก , ทราเวลโลกา , โปรโมชั่น

ขอเอาใจคนรักทะเลด้วยเมือง ตากอากาศ ชื่อดังระดับโลก ทั้งยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย และเอเชีย แต่ละ สถานที่ล้วนมีความสวยงามและมีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว ชนิดที่ว่าสวยไม่เป็นรองใคร ตัดสินใจเลือกจุดปักหมุดกันนานเลยทีเดียวเชียว
เล็งไว้ว่าถ้าหากช่วงโควิด-19 นี้หมด แล้วสามารถเดินทางออกนอกประเทศไปเที่ยวได้แล้วเมื่อไหร่ ให้ลองเก็บเช็คลิสต์ไว้ดูว่าอยากไปเที่ยวที่ไหน แต่ถ้าหากคิดไม่ออกเราจะมาบอกให้ว่า “20 เมือง ตากอากาศ ชื่อดังระดับโลก ไม่ควรพลาด” แล้วไปจองตั๋วเครื่องบินไปต่างประเทศ กับ Traveloka เพราะว่านอกจากจะได้ราคาที่ถูกแล้ว ยังมีโปรโมชั่นส่วนลดมากมาย ส่วนที่เที่ยวเมืองตากอากาศสวยๆ ทั่วโลกนั้นจะมีที่ไหนบ้าง…ไปดูกัน

“20 เมือง ตากอากาศ ชื่อดังระดับโลก
ไม่ควรพลาด”

ตากอากาศ , ยุโรป, อเมริกา, ออสเตรเลีย, เอเชีย , traveloka , แอฟริกาใต้ , สหรัฐอเมริกา , พาลูกเที่ยว , ทะเล , โรแมนติค , ฮันนีมูน , honeymoon , bljourney , ซานโตรีนี , บาหลี , ดานัง , เวียดนาม , ฟิจิ , เที่ยวทะเล , ส่วนลด , ราคาถูก , ทราเวลโลกา , โปรโมชั่น

1. เคปทาวน์ (Capetown) แอฟริกาใต้ (South Africa)

เมืองเล็กๆ ที่ปลายสุดของแอฟริกาใต้ตรงแหลมกู๊ดโฮป (Cape of Good Hope) แหลมที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในโลก เคปทาวน์ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่สวยที่สุด และมีเสน่ห์ที่สุดเมืองหนึ่งในโลก แลนด์มาร์กสำคัญคือ “ภูเขาโต๊ะ”  (Table Mountain)  ภูเขาลูกใหญ่ยอดเรียบกลางเมือง จุดชมวิวทิวทัศน์ มหาสมุทรแอตแลนติก (Atlantic Ocean) อันสวยงามดังภาพวาด

จุดเช็คอินอื่นๆ ที่ห้ามพลาด ได้แก่ ชายหาดคลิฟตัน (Clifton ฺBeach) หาดโบลเดอร์ส” (Boulders Beach) และ เกาะแมวน้ำ (Seal Island) ที่มีกิจกรรมอย่างเช่น ดำน้ำดูฉลามในกรง ชมโลมาและแมวน้ำอย่างใกล้ชิด 

2. ไมอามี (Miami) สหรัฐอเมริกา (USA)

เมืองสำคัญทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐฟลอริดา (Florida) ที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองที่สะอาดที่สุดในอเมริกา มีแลนด์มาร์กสำคัญคือ “ชายหาดไมอามี” (Miami Beach) หาดชื่อดังก้องโลก ซึ่งถูกขนาบด้วยทะเลสองฟากฝั่ง
ทางตอนใต้ของหาดมี “ย่านอาร์ตเดโค” (Art Deco)  ที่โดดเด่นด้วยอาคารสถาปัตยกรรมอาร์ตเดคโคสีสันสวยงาม ส่วนที่่เที่ยวอื่นๆ ก็เช่น เบย์ไซด์มาร์เก็ตเพลส (Bayside Marketplace) เกาะจังเกิล (Jungle Island) และ “ย่านลิตเติ้ลฮาวานา” (Little Havana) ชุมชนของชาวคิวบาที่เต็มไปด้วยบรรยากาศแบบคิวบาสีสันเร้าใจน่าตื่นตาตื่นใจ

3.บริสเบน (Brisbane) ออสเตรเลีย (Australian)

เมืองชายทะเลแห่งรัฐควีนแลนด์ (Queenland) และเป็นเมืองใหญ่อันดับ 3 ของออสเตรเลีย

มีสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อหลายแห่ง เช่น เซาท์แบงก์พาร์คแลนด์ส (South Bank Parklands), สะพานสตอรี (Story Bridge), โบสถ์อัลเบิร์ตสตรีทยูไนติ้ง (Albert Street Uniting Church), ศาลากลางเมืองบริสเบน (Brisbane City Hall), ควีนสตรีทมอลล์ (Queen Street Mall), เกาะมอร์ตัน (Moreton Island) และ เขตรักษาพันธุ์โคอาลาโลนพาย (Lone Pine Koala Sanctuary) ศูนย์อนุรักษ์โคอาล่าที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรเลีย

4. ฮาวาย (Hawaii) สหรัฐอเมริกา (USA)

ฮาวาย ถือเป็นรัฐเดียวที่อยู่นอกแผ่นดินของสหรัฐฯ เป็นเกาะที่เกิดขึ้นจากการระเบิดของภูเขาไฟในทะเล เป็นสวรรค์ของของนักท่องเที่ยวทางทะเล มีหาดชื่อดังคือ “ชายหาดไวกิกิ” (Waikiki Beach) หาดสวรรค์ของนักโต้คลื่น

นอกจากนี้ยังมีสถานที่น่าเยี่ยมชม ได้แก่ อ่าวฮานาอูมา (Hanauma Bay) เกาะเมาอิ (Maui) แกรนด์แคนยอนแห่งแปซิฟิก (Grand Canyon of the Pacific) ภูเขาไฟฮาเลอาคาลา (Haleakala) ภูเขาไฟที่มีปากปล่องใหญ่และสูงที่สุดในโลก และ “เพิร์ลฮาร์เบอร์” (Pearl Harbor) ซึ่งเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์เรือรบหลวงแอริโซนา (Arizona Memorial Place)

5. บาหลี (Bali) อินโดนีเซีย (Indonisia)

“อัญมณีแห่งมหาสมุทรอินเดีย” เป็นสมญานามของบาหลี เมืองที่มีความโดดเด่นของแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล และ เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมแบบฮินดูอยู่ทั่วทุกพื้นที่ โดยเฉพาะศาสนสถานที่มีกว่า 1 หมื่นแห่ง

วัดที่มีชื่อเสียง เช่น วัดอูลูวาตู (Uluwata Temple) วัดทานาล็อต (Tanah Lot Temple Bali) วัดเบซากิห์ (Besakih Temple) และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อสุดสวยงามอย่าง นาขั้นบันไดเทกาลาแลง (Tegalalang Rice Terrace) ภูเขาไฟบาตูร์ (Mount Batur) ชายหาดเคลลิงคิง (Kelingking Beach) และ เกาะนูซาเปอนีดา (Nusa Penida) เกาะเล็กๆ ที่มีธรรมชาติสวยงามสุดๆ

6. ดานัง (Da Nang) เวียดนาม (Vietnam)

ดานังเป็นเมืองท่าของเวียดนามกลาง ได้รับการขนานนามว่า “ดินแดนยุโรปแห่งเอเชีย” เป็นเมืองที่มีหาดทรายขาวขึ้นชื่อ บรรยากาศคึกคักไปด้วยผู้คน

จุดเช็คอินห้ามพลาดได้แก่ สะพานมังกร (Dragon Bridge) หุบเขาบานาฮิลล์ (Ba Na Hills) สะพานโกลเด้น (Golden Bridge) วัดหลินอึ๋ง (Linh Ung Temple) หาดหมีเคว (My Khe Beach) ภูเขาไฮเวิน (Hai Van Mountain) พิพิธภัณฑ์ประติมากรรมจาม (Museum of Cham Sculpture) หาดไชนา (China Beach) และ “คาร์ฟดาร์กอน” (Ca Chep Hoa Rong) จุดถ่ายสุดฮิตใกล้ๆ กับ สะพานมังกร  

7. ปูซาน (Busan) เกาหลีใต้ (South Korea)

เมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงที่สุดของเกาหลีใต้ บรรยากาศของเมืองสุดสวยด้วยธรรมชาติ มีทั้งภูเขาโอบล้อม

มีสถานที่เด่นๆ หลายแห่ง เช่น ชายหาดแฮอุนแด (Haeundae Beach) วัดโพโมซา (Beomeosa Temple) สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ประจำเมือง อายุมากกว่าพันปี ศูนย์ภาพยนตร์ปูซาน (Busan Cinema Center) สะพานควางอัน (Gwangandaegyo Bridge) หมู่บ้านวัฒนธรรมกัมชอน (Gamcheon Culture Village) และ หมู่บ้านโชรียัง (Choryang Village) ที่มีบันได 168 จุด กระจายอยู่ทุกพื้นที่ ให้มุมมองที่แปลกตา และยังเป็นจุดถ่ายรูปที่น่าทึ่งด้วย

8. คาซาบลังกา (Casablanca) โมรอกโค (Morocco)

เมืองใหญ่ริมมหาสมุทรแอตแลนติก (Atlantic Ocean) ทางฝั่งตะวันตกของประเทศโมรอกโค ที่นอกจากจะมีชื่อเสียงในเรื่องความสวยงามของทะเล และชายหาดย่านไอน์เดียบ (Ain Diab) อันเลื่องชื่อแล้ว

ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดอีกมากมาย อย่างเช่น จตุรัสโมฮัมเหม็ดที่ 5 (Place Mohamed V)  สุสานกษัตริย์มูฮัมหมัดที่ 5 (Mausoleum of Mohammed V) โบสถ์คาซาบลังกา (Casablanca Cathedral) จัตุรัสสหประชาชาติ (United Nations Square) โรงภาพยนตร์ประจำเมือง (Rialto Cinema) และยังมีตลาดกลาง (Central Market) ที่จำหน่ายของที่ระลึกสวยๆ ให้เลือกซื้อเป็นของฝากมากมาย

9. โพสิตาโน (Positano) อิตาลี (Italy)

เมืองท่าเล็กๆ บนชายฝั่งอามาลฟี (Amalfi Coast) ทางตอนใต้ของคาบสมุทรซอร์เรนตีเน (Sorrentine) ได้รับการยกย่องว่าเป็นชายฝั่งที่สวยที่สุดในยุโรป

ตัวเมืองตั้งอยู่บริเวณเวิ้งอ่าวรูปครึ่งวงกลม มีอาคารบ้านเรือนสีพาสเทลสดใสที่ตั้งลดหลั่นอยู่บนผาหิน โดดเด่นสวยงามด้วยยอดโดมของ “โบสถ์ซานตามาเรียอัสสันต้า” (Santa Maria Assunta) ภายในหมู่บ้านเต็มไปด้วยร้านขายของที่ระลึก และร้านอาหารบรรยากาศสุดโรแมนติก แถมยังเดินทางไปเที่ยวต่อยัง เกาะคาปรี (Capri Island) เกาะอิสเกีย (ZIschia Island) และ ถ้ำบลูกรอตตา (Grotta Azzurra) ได้อีกด้วย

10. เกาะฟิจิ (Fiji island) ฟิจิ (Republic of Fiji)

ฟิจิเป็นประเทศหมู่เกาะ ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ (South Pacific Ocean) โดยมีหมู่เกาะทั้งสิ้น 332 เกาะ แต่มีคนพักอาศัยอยู่ราว 110 เกาะ โดยที่ตั้งของเมืองหลวงอยู่บนเกาะวิติเลวู (Viti Levu) ส่วนหมู่เกาะอื่นๆ ได้แก่ คาดาวู (Kadavu) ) หมู่เกาะยาซาวา (Yasawa Islands) วาลูอาเนวู (Valua Levu) ทาวูนิ (Taveuniหมู่เกาะมามานูกา (Mamanuca Islands) และหมู่เกาะโลไมวิตติ (Lomaiviti Islands)

นอกจากภาพท้องฟ้าสุดกว้างไกล น้ำทะเลสุดสวยงาม ยังมีกิจกรรมสนุกๆ มากมาย เช่น ดำน้ำ เล่นวินเซิฟ ปีนเขา ล่องแก่ง และนั่งเฮลิคอปเตอร์ชมวิวสวยจากมุมสูง 

11. ปาลาวัน (Palawan) ฟิลิปปินส์ (Philippines)

ปาลาวันตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของฟิลิปปินส์  มีเมืองปัวร์โตปรินเซาซา (Puerto Princesa) เป็นเมืองเอก มีจุดปักหมุดสำคัญคือ “เกาะเอลนิโด” (El Nido) ที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในชายหาดที่สวยที่สุดในโลก

อ่าวฮอนดา (Honda Bay) ป่าชายเลนซาบัง (Sabang Mangrove Forest) หาดซาบัง (Sabang Beach)  และแม่น้ำใต้ดินปัวร์โตปรินเซาซา (Puerto Princesa Subterranean ส่วนสวรรค์ของนักดำน้ำอยู่ที่ แนวปะการังทูบบาตาฮา (Tubbataha Reef) และแนวปะการังลังโกกัน (Langogan Reef) River) ที่เป็นแม่น้ำลอดใต้ภูเขาที่ยาวที่สุดในโลก มีความยาวถึง 8 กิโลเมตร

12. ซานโตรินี (Santorini) กรีซ (Greece)

เกาะสวรรค์ในทะเลอีเจียน (Aegean Sea) มีวิวสุดสวยแบบอันซีนที่เกิดจากการระเบิดในอดีตของภูเขาไฟ เปีี่ยมเสน่ห์ไปด้วยบ้านสีฟ้าขาวพาลเทลไล่ระดับบนเนินผา

มีสถานที่่ท่องเที่ยวเด่นๆ อย่างเช่น แอ่งภูเขาไฟซานโตรินี (Santorini Caldera) อ่าวอัมโมดี (Ammoudi Bay) ชายหาดสีดำ “คามาริ” (Kamari Beach) ที่เป็นจุดเล่นน้ำยอดนิยม หมู่บ้านโบราณเอีย (Oia) หมู่บ้านที่มีสถาปัตยกรรมแบบคาสโตร หลังคาทรงโค้งสีฟ้าสดใส เมืองโบราณธีรา (Ancient Thira) และเกาะภูเขาไฟใน “เนคาเมนี” (Nea Kameni) และ “อิเมโรวิกลี” (Imerovigli) หมู่บ้านที่อยู่สูงสุดบนแอ่งภูเขาไฟ

13. เกาะโบราเคย์ (Boracay Island) ฟิลิปปินส์ (Philippines)

เกาะสวรรค์ของฟิลิปปินส์ ได้ชื่อว่าเป็น “1 ใน TOP 10 ทะเลที่สวยที่สุดในโลก” และได้รับเลือกให้เป็นจุดมุ่งหมายปลายทางที่สงบเงียบของนักท่องเที่ยว และยังมีแหล่งบันเทิงรื่นเริงยามราตรีที่ยอดเยี่ยม มีจุดดำน้ำดูปะการังอันสวยงามกว่า 25 จุด

ไฮไลท์เด่นคือ “หาดทรายขาว” (White Beach) เป็นชายหาดทรายสีขาวละเอียดให้ทำกิจกรรมชายหาดได้อย่างสบายๆ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสนุกแนวแอดเวนเจอร์ เช่น ล่องแก่งน้ำเชี่ยว เล่นซิปไลน์ พาราเซลลิ่ง และเคเบิลคาร์แอดเวนเจอร์

14. โอกินาวา (Okinawa) ญี่ปุ่น (Japan)

โอกินาวา”เป็นทั้งเมืองใหญ่และชื่อหมู่เกาะ อยู่ทางทิศตะวันตกของญี่ปุ่น เป็นเมืองตากอากาศยอดนิยมที่มีเอกลักษณ์และวัฒนธรรมของตัวเอง

มีที่เที่ยวน่าสนใจหลายแห่ง เช่น ซากปราสาทนาคิจิน (Nakijin Castle Ruins) ซากปราสาทซาคิมิ (Zakimi Castle Ruins) ซากปราสาทนาคางุซูกุ (Nakagusuku Castle Ruins) สวนสนุกโอกินาว่าเวิล์ด (Okinawa World) พิพิธภัณฑ์งู (Snake Museum) หมู่บ้านอเมริกัน “มิฮามะ” (Mihama Village) หน้าผามันซาโมะ (Manzamo) และถ้ำเกียวคุเซนโดะ (Gyokusendo Cave) ที่งดงามด้วยหินงอกหินย้อย

15. นีซ (Nice) ฝรั่งเศส (France)

เมืองใหญ่อันดับ 5 ของฝรั่งเศส เป็นเมืองตากอากาศชื่อดังริมชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เนียน ที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน และถูกขนานนามให้เป็น “ราชินีแห่งริเวียร่า” (French Riviera)

มีบรรยากาศสุดแสนคึกคักมีชีวิตชีวา โดยเฉพาะถนนเลียบชายหาดที่เป็นจุดพักผ่อนหย่อนใจยอดนิยม คือ ถนนเดสซองเกรส์ (Promenade des Anglais) มีแลนด์มาร์กสำคัญคือ จตุรัสมาเซน่า (Place Massena) และมีสวนสาธารณะบนเขา “คาสเซิลฮิลล์” (Castle Hill) ซึ่งเป็นจุดชมวิวหลักของเมือง ส่วนย่านเมืองเก่านีซ (Vieille Ville) มีพิพิธภัณฑ์ศิลปะมากมายให้เยี่ยม และ มีร้านอาหารทะเลให้ชิมเพียบเลย

16. ตาฮิติ (Tahiti) เฟรนช์โพลินีเซีย (French Polynesia)

“ราชินีแห่งแปซิฟิก” (Queen of the Pacific) เป็นคำยกย่องของเกาะตาฮิติ เกาะหลักและใหญ่ที่สุดในจำนวนกว่า100 เกาะ ในมหาสมุทรแปซิฟิกทางตอนใต้ มีเมืองหลวงชื่อ “ปาเปเตตี” (Papeete)

เป็นเมืองแห่งไข่มุกดำที่หายาก มี “พิพิธภัณฑ์ไข่มุกดำ” (Black Pearl Museum) ให้ได้เรียนรู้ธรรมชาติแห่งไข่มุก ส่วนที่ “เตอาฮูโป” (Teahupo’o) มีคลื่นสูงใหญ่ที่สุดในโลกให้โต้คลื่นสุดท้าทาย อีกทั้งยังมีชายหาดทรายดำ (Black Sand Beach) ที่เป็น 1 ใน 5 หาดทรายดำทั่วโลกให้สัมผัสความมหัศจรรย์ของธรรมชาติด้วย

17. โบราโบรา (Bora Bora) เฟรนซ์โพลินีเซีย (French Polynesia)

อีกหนึ่งเกาะของเฟรนซ์โพลินีเซียในมหาสมุทรแปซิฟิก (Pacific Ocean) ที่ได้ชื่อว่าเป็น “เกาะที่สวยที่สุดในโลก”   เป็นเกาะปะการังปกคลุมไปด้วยป่าเขตร้อน และมีซากภูเขาไฟหลายลูกล้อมรอบเกาะ มี “ลากูน” หาดทรายเนื้อละเอียด และน้ำทะเลสีเทอควอยซ์ใสแจ๋ว จนได้รับการขนานนามว่า  “ราชินีแห่งหมู่เกาะทะเลใต้”

นอกจากจะเป็นแหล่งดำน้ำทั้งแบบดำน้ำลึกและดำน้ำตื้นยอดนิยมแล้ว ยังมีกิจกรรมสุดหวาดเสียวอย่างการลงไปให้อาหารปลาฉลาม และขึ้นเฮลิคอปเตอร์ดูวิวมุมสูง

18. คูราเซา (Curacao) คูราเซา (Curacao)

ประเทศเกาะเล็กๆ ตั้งอยู่ในหมู่เกาะเลสเซอร์แอนทิลลีส (Lesser Antilles islands) ในทะเลแคริบเบียน (Caribbean Sea) ที่สวยงาม เกาะคูราเซาแบ่งเป็น 2 ฝั่ง คือฝั่งปุนดา (Punda) ซึ่งเป็นเมืองเก่าเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียลดัตช์ และฝั่งโอโตรบันดา (Otrobanda) โดยมี “วิลเลมสตัด” (Willemstad) เป็นเมืองหลวง

เกาะคูราเซายังมีชายหาดมากกว่า 30 แหล่งที่มีความแตกต่างกัน เช่น หาดแมมโบ้ (Mambo ฺBeach)หาดโคโมโด (Komodo Beach) หาดคาสอบู (Abou Beach) หาดเจเรมี (Jeremi ฺBeach)  บลูเบย์ (Blue Bay) และ หาดปอร์โตมารี (Porto Marie Beach)

19. เบอร์มิวดา (Bermuda) สหราชอาณาจักร (United Kingdom)

เกาะเบอร์มิวด้า เป็นเกาะหลักและเกาะที่ใหญ่ที่สุด ในบรรดาเกาะใหญ่น้อย 137 เกาะ ของหมู่เกาะกลางมหาสมุทรแอตแลนติก (Atlantic Ocean) โดยมี “แฮมิลตัน”  (Hamilton) เป็นเมืองหลวง

มีแลนด์มาร์กสำคัญคือ “แฮมิลตัน ฮาร์เบอร์” (Hamilton Harbour) ท่าเรือหลักของเมือง ที่โดดเด่นด้วยอาคารสีพาสเทลสดใสสวยจับใจ ย่านที่คึกคักที่สุดคือ “ฟร้อนท์สตรีท” (Front Street) ส่วนย่าน “เซนต์จอร์จ” (Saint George) มีทั้งคาเฟ่ ร้านอาหาร และที่พัก พร้อมให้การต้อนรับผู้มาเยือนอย่างอบอุ่น

20. มายอร์กา (Mallorca) สเปน (Spain)

สถานที่ ตากอากาศ ยอดนิยมอันดับต้นๆ ของชาวยุโรป โดยเฉพาะคนรักทะเล เพราะมีชายฝั่งอันงดงาม มีชายหาดที่กว้างใหญ่และเงียบสงบ มีเวิ้งอ่าวที่สวยงาม ชายหาดและหน้าผาสวยแปลกตา

เมืองหลวงของเกาะคือ “ปาลมา” (Palma) ย่านกลางเมืองเก่ามีจัตุรัสประจำเมือง (Plaza Mayor) ที่สวยงาม และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวเก่าแก่น่าสนใจ ได้แก่ ปราสาทเบลแวร์ (Castell de Bellver) มหาวิหารปัลมาเดมายอร์กา (Catedral de Mallorca) หมู่บ้านแห่งอารยธรรมสเปน (Pueblo Espanol) และ โบสถ์ปัลมา (Palma Cathedral) โบสถ์สถาปัตยกรรมโกธิกที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในสเปน

ในบรรดา “20 เมือง ตากอากาศ ชื่อดังระดับโลก” เชื่อเหลือเกินว่า ต้องมีสัก 1 ที่โดนใจ เป็นจุดหมายในฝันของใครหลายคน เมื่อเลือกได้แล้วก็อย่ารอช้า จัดแจงจองตั๋วเครื่องบิน และโรงแรมที่พัก อีกทั้งรถรับ – ส่งสนามบิน และรถเช่า จาก Traveloka ไว้ให้พร้อม แล้วค่อยแพคกระเป๋าเตรียมโลดแล่นไปยังเมืองตากอากาศในฝันกันได้เลย 

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณเพื่อนๆ ที่ติดตามรีวิวของผม นะครับ หวังว่าคงจะมีประโยชน์กับเพื่อนๆนะครับ รบกวนฝากไลค์ Facebook Fanpage BLJourney เพจน้องเบลล่า และ Share บทความต่างๆของ BLJourney.comเพื่อเป็นกำลังใจให้กับ ครอบครัวของเราด้วยครับ รีวิวหน้าจะไปที่ไหนกันอย่าลืมมาติดตามชมกันนะครับ ขอบคุณมากๆครับ

Comments

comments

1 thought on “20 เมือง ตากอากาศ ชื่อดังระดับโลก ไม่ควรพลาด”

  1. Pingback: 15 เมืองเที่ยวง่าย ราคาไม่แพง เหมาะไปแบ็คแพ็ค - BLJourney

Leave a Reply